
S&Pหั่นเครดิตเบลเยียม
ชี้หนี้ท่วมขัดแย้งการเมือง ดันวิกฤตหนี้อียูใกล้ดิ่งเหว
ชี้หนี้ท่วมขัดแย้งการเมือง ดันวิกฤตหนี้อียูใกล้ดิ่งเหว
เอสแอนด์พี หั่นเครดิตเบลเยียม 1 ขั้น เหตุหนี้ท่วมบวกับขัดแย้งการเมือง หลัง 6 พรรคคุยผ่านงบปี 2555 ยืดเยื้อ ซ้ำเติมวิกฤตหนี้ยุโรปใกล้ลงเหว
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ ประกาศลดอันดับเครดิตระยะยาวของพันธบัตรรัฐบาลเบลเยียมลง 1 ขั้น สู่ระดับ AA จากระดับ AA+ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พร้อมแนวโน้ม “เชิงลบ” โดยให้เหตุผลว่า ระดับหนี้สาธารณะของรัฐบาลอยู่ในระดับสูง ตลอดจนปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบให้การแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศไม่บรรลุเป้าหมายที่คาดหวังไว้
อีฟ เลเทอร์เม นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลเบลเยียม กล่าวว่า การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเอสแอนด์พีในครั้งนี้ นับเป็นข่าวร้ายท่ามกลางวิกฤตของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้บรรดาพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคเร่งผ่านร่างงบประมาณปี 2555 ภายในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อปูทางไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมโดยเร็วที่สุดและหลีกเลี่ยงการถูกสหภาพยุโรปคว่ำบาตร
ทั้งนี้ พรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคของเบลเยียมต้องหารือร่วมกันเพื่อบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณปี 2555 เพื่อตัดลดการขาดดุลงบประมาณในปี 2555 ที่ 1.13 หมื่นล้านยูโร ภายในปีหน้า และอีก 2.หมื่นล้านยูโร ภายในปี 2558 แต่บรรดาสมาชิกพรรคยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะตัดลดการขาดดุลด้วยการตัดลดสวัสดิการสังคมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของภาครัฐ หรือการขึ้นภาษี ทำให้กินเวลายืดเยื้อมานานกว่า 19 เดือน
การปรับลดเครดิตในครั้งนี้จะทำให้พันธบัตรรัฐบาลเบลเยียมมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น จนส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมที่จะมีราคาแพงตามไปด้วย โดยผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ของเบลเยียมพุ่งขึ้นไปที่ 5.86% จาก 3.9%
นอกจากนี้ การลดอันดับความน่าเชื่อถือก็ถือเป็นข่าวร้ายมากขึ้นสำหรับบรรดาผู้นำในยูโรโซน ที่ต้องพยายามแก้วิกฤตหนี้ให้ได้ ท่ามกลางความไม่มั่นใจของบรรดานักลงทุนในตลาด ซึ่งเป็นตัวการบั่นทอนศักยภาพในการระดมทุนของทั้งภาครัฐและภาคธนาคาร
โซนี คาปัวร์ หัวหน้าสถาบันรี ดีไฟน์ ทิงก์ แทงก์ สถาบันให้คำปรึกษาในกระบวนการกำหนดนโยบาย กล่าวว่า เบลเยียมเปรียบเสมือนประเทศกั้นชนชั้นระหว่างเศรษฐกิจวงนอกและศูนย์กลางเศรษฐกิจของยูโรโซน การลดอันดับในครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่า วิกฤตหนี้ยุโรปกำลังโจมตีเข้าสู่ใจกลางเศรษฐกิจยูโรโซน ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน







