
ประชาธิปไตยในแบบจีน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมักตกเป็นเป้าโจมตีของรัฐบาลและสื่อของชาติตะวันตกในเรื่องความเป็นประชาธิปไตยของจีน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมักตกเป็นเป้าโจมตีของรัฐบาลและสื่อของชาติตะวันตกในเรื่องความเป็นประชาธิปไตยของจีน
เนื่องจากยังคงมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน นอกจากนี้จีนยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ใช้นโยบายกดค่าเงินหยวนให้อ่อนกว่าความเป็นจริงเพื่อหนุนการส่งออก
ด้วยเหตุนี้ บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โกลโบล ไทมส์ ของจีน จึงได้ออกมาตอบโต้ต่อคำครหาต่างๆ จากชาติตะวันตกเมื่อ 24 พ.ย. ว่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลจีนมีแนวคิดที่จะปฏิรูปประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ทว่า การปฏิรูปดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพด้วย โดยยกตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแบบฉับพลันที่เกิดขึ้นในอาหรับ เพื่อชี้ให้เห็นว่าหากดำเนินการอย่างไม่รอบคอบ ก็จะเกิดความวุ่นวายและตามมาด้วยความรุนแรง
โกลโบล ไทมส์ ชี้อีกว่า ปัจจุบันจีนมีพัฒนาการสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากการที่ประชาชนเริ่มสามารถแสดงความคิดเห็นได้หลายช่องทางมากขึ้น ส่วนรัฐบาลจีนก็เริ่มเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้นเช่นกัน รวมไปถึงการมีระบบการตรวจสอบการทุจริตที่เข้มแข็งมากขึ้น จนทำให้เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากที่ถูกเปิดโปงเรื่องราวการทำทุจริตในอินเทอร์เน็ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีให้เห็นเลยเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ รัฐบาลจีนก็เริ่มที่จะหันมาฟังเสียงเรียกร้องของประชาชนมากขึ้น โดยเห็นได้จากการสั่งระงับโครงการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเคมีแห่งหนึ่งในเมืองต้าเหลียน หลังจากที่ถูกประชาชนในท้องถิ่นต่อต้านอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม แม้จีนจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่จีนยังระลึกไว้เสมอ และต้องการบอกชาติตะวันตกคือ ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว ดังนั้นชาติตะวันตกจึงไม่ควรยัดเยียดรูปแบบประชาธิปไตยในแบบที่ตนมีมาให้จีนทั้งหมด เพราะสภาพแวดล้อมทางสังคมระหว่างจีนกับตะวันตกนั้นมีความแตกต่างกัน







