
ไทยหันพึ่งโซเชียลมีเดีย
เหตุข้อมูลอุทกภัยรัฐช้าสับสนชี้กทม.เสี่ยงน้ำท่วมเพิ่ม4เท่า
เหตุข้อมูลอุทกภัยรัฐช้าสับสนชี้กทม.เสี่ยงน้ำท่วมเพิ่ม4เท่า
สื่อเทศชี้ไทยใช้โซเชียลมีเดียหาข้อมูลน้ำท่วมพุ่งเป็นประวัติการณ์ เหตุข้อมูลรัฐช้าสับสน ต่างชาติชี้ กทม.เสี่ยงอุทกภัยหนักเพิ่ม 4 เท่า
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดรอบ 50 ปีของไทยส่งผลให้จำนวนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในไทยเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมของทางรัฐบาลไม่อัพเดตและสับสน
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าคนไทยหันหน้าเข้าหาสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบมากขึ้น เนื่องจากต้องการข้อมูลน้ำท่วมที่ชัดเจน รวดเร็วและเข้าใจง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและช่องทางการสื่อสารแบบเดิมไม่สามารถให้ได้
เว็บไซต์แม็คฟีว่า บริษัทสื่อดิจิตอลตัวแทนขายโฆษณาบนทวิตเตอร์ ระบุว่า เหตุอุทกภัยส่งผลให้จำนวนผู้ใช้ทวิตเตอร์ในไทยเพิ่มขึ้น 20% จาก 6 แสนคน เมื่อเดือน ก.ย. เป็น 7.2 แสนคน ในเดือน ต.ค. โดยก่อนหน้านี้ยอดผู้ใช้โตไม่ถึง 5%
ในขณะที่จำนวนผู้สมัครเป็นสมาชิกในเว็บไซต์เฟซบุ๊กในไทยพุ่งขึ้นถึง 12 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 18% ของประชากรไทยทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จอห์น รัสเซล บรรณาธิการเดอะเน็กซ์เว็บ ประจำภาคพื้นเอเชีย กล่าวว่า ถึงแม้ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งสำคัญในช่วงที่เกิดน้ำท่วม แต่ทว่าข้อมูลต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์จะไม่ได้รับการตรวจสอบหรือแก้ไข ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความสับสนและความวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
“สื่อสังคมออนไลน์อาจจะเป็นที่พึ่งในยามที่ตกอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วม แต่การอัพเดตข้อมูลจากผู้สื่อข่าวและประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยไม่ได้กลั่นกรองก่อนก็อาจจะเป็นการชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นโดยง่ายเช่นเดียวกัน” รัสเซล กล่าว
ขณะเดียวกัน เอเอฟพีรายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน ระบุว่า กทม.เสี่ยงที่จะต้องประสบเหตุอุทกภัยเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่านับตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปี 2593 อันเป็นผลมาจากการยุบตัวของพื้นดินและระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น โดยผลการศึกษาของธนาคารโลกระบุว่า กทม.ยุบตัวลงเรื่อยๆ 10 ซม.ต่อปี เนื่องจากมีการขุดเจาะน้ำบาดาลและการพัฒนาเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
ฟรังซัวส์ โมเลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้ว กทม.จะต้องจมอยู่ใต้น้ำอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่มีใครทราบว่าเมื่อไรเท่านั้นเอง
ทั้งนี้ ในขณะนี้ กทม.ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอ่าวไทยเพียง 30 กม. โดยนักวิเคราะห์คาดว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้น 19-29 ซม. ภายในปี 2593 อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน







