
IMFเตือนเอเชียเสี่ยงวิกฤต
ไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชีย เตือนเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ชี้จีนมีศักยภาพในการคลายวิกฤตครั้งนี้
ไอเอ็มเอฟปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชีย เตือนเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ชี้จีนมีศักยภาพในการคลายวิกฤตครั้งนี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนว่า เศรษฐกิจเอเชียกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงภายหลังวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปทวีความรุนแรงมากขึ้นและเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวอย่างหนัก ขณะเดียวกันได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจเอเชียปีนี้จาก 6.8% เหลือ 6.3% และปีหน้าจาก 6.9% เหลือ 6.7%
รายงานการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไอเอ็มเอฟระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา นักลงทุนได้นำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดเอเชียเป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้เอเชียกำลังเผชิญกับกระแสเงินทุนไหลออก เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปกำลังส่งผลให้นักลงทุนในตลาดโลกวิ่งหาสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อเป็นแหล่งพักเงิน
“การไหลออกของเงินทุนครั้งนี้อาจทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนและมีความเป็นไปได้สูงที่จะลุกลามจากตลาดพันธบัตรและตลาดการเงินสู่ตลาดสกุลเงินต่างชาติและตลาดอื่นๆ”
ทั้งนี้ การเทขายหุ้นอย่างหนักของนักลงทุนทั่วตลาดการเงินเอเชียช่วงเดือน ส.ค. และ ก.ย.ที่ผ่านมานั้น สะท้อนให้เห็นว่า เอเชียไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้
ไอเอ็มเอฟยังเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ในเอเชียเลือกการใช้นโยบายที่มุ่งควบคุมอัตราเงินเฟ้อและในขณะเดียวกันก็ควรมุ่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อในระดับที่ต่ำกว่าเพดานของธนาคารกลางควรผ่อนนโยบายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ อนูป สิงห์ ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ยังให้ความเห็นว่า ประเทศจีนมีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถป้องกันประเทศจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ได้ เนื่องจากจีนจะได้รับผลกระทบด้านการค้าเท่านั้น เนื่องจากพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่คาดว่าระบบการเงินของประเทศนั้นจะได้ไม่รับผลกระทบมากนัก
สิงห์มองด้วยว่า จีนมีศักยภาพในการช่วยคลายวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ได้ด้วยการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศในอีกทางหนึ่ง
“แม้จีนจะไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่การเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจให้สามารถขับเคลื่อนไปด้วยความต้องการบริโภคภายในประเทศและลดการพึ่งพาการส่งออกจะช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจได้บ้าง” สิงห์ กล่าว และว่า จีนมีความรับผิดชอบที่จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับเศรษฐกิจโลกได้







