
‘เฟด’กระตุ้นรอบใหม่ยังไม่ช่วยแก้‘ว่างงาน’
นักเศรษฐศาสตร์ คาด เฟดอาจแก้ปัญหาการว่างงานของสหรัฐไม่ได้ ชี้ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ได้กระตุ้นการจ้างงาน
นักเศรษฐศาสตร์ คาด เฟดอาจแก้ปัญหาการว่างงานของสหรัฐไม่ได้ ชี้ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ได้กระตุ้นการจ้างงาน
นักเศรษฐศาสตร์ เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รอบใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ อาจไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการว่างงานภายในประเทศได้ ภายหลังมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในเดือน ส.ค.ว่า ได้หยุดชะงักที่ระดับ 0% จนหลายฝ่ายหวั่นว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย
นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินชื่อดัง อาทิ เวลล์ส ฟาร์โก โกลด์แมน แซคส์ ที โรว์ ไพรซ์ และบาร์เคลย์ แคปปิตอล ต่างคาดการณ์ว่า ในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 2021 ก.ย. คาดว่า เบน เบอร์แนนคี จะประกาศใช้มาตรการปล่อยขายพันธบัตรระยะสั้น เพื่อนำเงินมาใช้ในการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ซึ่งเป็นมาตรการหลีกเลี่ยงการพิมพ์ธนบัตรเพิ่มเติมออกมาโดยไม่จำเป็น อย่างที่เคยเกิดขึ้นในนโยบายคิวอี 2
อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการว่างงานได้ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 9.1% หรือคิดเป็นจำนวนประชาชนตกงานถึง 14 ล้านคน
“เฟดได้คงดอกเบี้ยในอัตราต่ำมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนใช้เงินมากขึ้นกว่าเดิมเลย” จอห์น ซิลเวีย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ จากเวลล์ส ฟาร์โก กล่าว และว่าปัญหาที่แท้จริงก็คือเอกชนจะไม่จ้างงานเพิ่มขึ้น หากอุปทานยังคงต่ำ เพราะฉะนั้นแม้ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยได้ แต่เฟดก็ไม่สามารถบังคับบริษัทต่างๆ ให้จ้างงานเพิ่มได้
ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือน ส.ค.ว่า อยู่ในภาวะหยุดนิ่ง โดยไม่มีการจ้างงานเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 11 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2553 ที่ตัวเลขจ้างงานของสหรัฐไม่มีการขยายตัว
แม้ตัวเลขการจ้างงานล่าสุดจะส่งผลให้หลายฝ่ายเกิดความวิตกกังวลว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังชะลอตัวอย่างหนักและอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า การแถลงนโยบายแก้ปัญหาการว่างงานของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ในวันที่ 8 ก.ย. ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการจ้างงาน







