
ตัดไม่ตรงจุด
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวอเมริกันต้องประสบกับเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงถึง 2 ครั้ง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวอเมริกันต้องประสบกับเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงถึง 2 ครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นเหตุเฮอร์ริเคนไอรีน หรือเหตุแผ่นดินไหว ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งผลให้ประชาชนกว่า 2.3 ล้านคนต้องอพยพหนีตายอย่างจ้าละหวั่น
บทบรรณาธิการของเว็บไซต์ยูเอสเอทูเดย์ให้ความเห็นว่า รัฐบาลสหรัฐควรจดจำเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ไว้เป็นบทเรียน ก่อนที่จะตัดสินใจตัดงบประมาณของหน่วยงานใดๆ ในอนาคต
เหตุเพราะประชาชนต่างก็คาดหวังให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านนี้ อย่าง สำนักงานสำรวจธรณีวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ และอื่นๆ สามารถเข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกคำพยากรณ์สภาพอากาศที่เชื่อถือได้ หรือการออกประกาศเตือนภัยพิบัติล่วงหน้า เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างทันท่วงที
แต่ทว่า หน่วยงานเหล่านี้ ซึ่งได้รับงบประมาณจากทางรัฐบาลกลาง กลับเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลเลือกที่จะตัดงบประมาณสนับสนุน เมื่อครั้งที่รัฐบาลต้องการที่จะแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ เพื่อสามารถเพิ่มเพดานหนี้เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เขียนคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก
เพราะหากดูจากตัวเลขค่าใช้จ่ายขององค์กรเหล่านี้ เช่น องค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานแม่ของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวของค่าใช้จ่ายรัฐบาลประจำปีทั้งหมดอยู่ราว 3.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
ผู้เขียนกล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ที่หน่วยงานทุกภาคส่วนในประเทศจำเป็นต้องช่วยกันประหยัดในช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่หลังจากเหตุภัยพิบัติครั้งล่าสุด หากเหล่าผู้มีอำนาจทั้งหลายสังเกตให้ดีว่า ชาวอเมริกันมีความเต็มใจที่จะจ่ายภาษี เพื่อพิทักษ์ความปลอดภัยในชีวิตในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้มากแค่ไหน







