
เศรษฐกิจโลกยังวิกฤตดันทองผันผวนหนัก
ตลอดทั้งสัปดาห์ ประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกต่างจับมองคงหนีไม่พ้นราคาทองคำที่ผันผวนอย่างหนัก
ตลอดทั้งสัปดาห์ ประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกต่างจับมองคงหนีไม่พ้นราคาทองคำที่ผันผวนอย่างหนัก
ประกอบกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ประเทศมหาอำนาจของโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือญี่ปุ่น กำลังเดินหน้าหาหนทางแก้ไขกันอย่างเร่งด่วน
ทองผันผวนหนัก ขึ้นแรงลงฮวบตลอดสัปดาห์
ในช่วงครึ่งสัปดาห์แรก ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติพุ่งสูงถึง 1,913 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ซึ่งถือเป็นการปรับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2552
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ราคาทองคำแบบส่งมอบทันทีอาจจะพุ่งไปแตะที่ราคา 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในราวปลายปีนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ราคาทองคำลดความร้อนแรงดิ่งลงรวดเดียว 104 เหรียญสหรัฐ ภายหลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และหันมาเทขายทองคำและย้ายเงินลงทุนเข้าตลาดหุ้นดังเดิม
นักวิเคราะห์ เตือนว่า การร่วงลงอย่างหนักของราคาทองคำในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นว่าตลาดทองคำอาจไม่ใช่แหล่งลงทุนที่ปลอดภัยอย่างที่นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจกันแล้ว เนื่องจากทองคำนั้นไม่มีค่าในตัวเอง แต่มูลค่านั้นเป็นไปตามความเชื่อของคนเท่านั้น โดยราคาจะปรับขึ้นลงไปตามความรู้สึก
สำหรับราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์ของสหรัฐ ส่งมอบเดือน ธ.ค. ดิ่งลง 5.6% ปิดที่ 1,757.30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
มะกันเผชิญวิกฤตรอบด้าน เศรษฐกิจอ่อนแอ ภัยพิบัติถล่มหนัก
ตลอดทั้งสัปดาห์ สหรัฐต้องอกสั่นขวัญแขวนกันอย่างหนัก ขณะรอคอยการออกแถลงการณ์ของ เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันศุกร์ที่ 26 ส.ค. ว่าจะมีการประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี 3) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่หรือไม่
เพราะถ้าหากเฟดประกาศใช้มาตรการคิวอี 3 ออกมาจริงๆ เป็นมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะทำให้จีดีพีของสหรัฐเติบโตได้ราว 0.5% ใน 1 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นที่ไม่มากนัก และไม่เป็นการกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ว่า เฟดอาจจะไม่ประกาศใช้มาตรการคิวอี 3 เหตุเพราะดัชนีราคาผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มตัวสูงขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่ 26 ส.ค.เบอร์แนนคีได้กล่าวสุนทรพจน์โดยไม่มีการส่งสัญญาณถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่อนปรนเชิงปริมาณหรือคิวอี 3 โดยบอกแต่เพียงว่าต้องการให้สภาคองเกรสหรัฐเร่งออกมาตรการสร้างงานให้ประชาชน และจะประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดที่จะมีขึ้นในวันที่ 2021 ก.ย. เพื่อหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศต่อไป
นอกจากเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ ชาวอเมริกันต้องตื่นตระหนกกันอีกระลอกเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์ ในพื้นที่ตะวันออกของสหรัฐที่รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 114 ปี ได้สร้างความเสียหายให้กับอาคารรัฐสภา อนุสาวรีย์วอชิงตัน และมหาวิหารแห่งชาติในกรุงวอชิงตัน ทางการต้องอพยพประชาชนกว่าหมื่นคนออกจากตึกสูงโดยเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
ญี่ปุ่นปล่อย 3 ล้านล.สู้เยนแข็ง รอลุ้นนายกฯ คนที่ 6 ในรอบ 5 ปี
ภายหลังที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐ ประกาศลดอันดับเครดิตของญี่ปุ่นลงสู่ Aa3 ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นปล่อยโครงการปล่อยเงินสำรองระหว่างประเทศมูลค่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (3 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ระบบหวังช่วยให้ค่าเงินเยนซึ่งแข็งค่าอยู่ที่ 76 เยนต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนตัวลง
ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นจะปล่อยเงินสำรองต่างประเทศผ่านช่องทางของธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ซึ่งจะปล่อยต่อไปยังธนาคารพาณิชย์ เพื่อปล่อยกู้ให้กับภาคเอกชนอีกทอดหนึ่ง โดยมีเป้าหมายการเพื่อส่งเสริมการลงทุน และให้เอกชนญี่ปุ่นเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการในต่างประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นกำลังมีการสรรหานายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ในรอบ 5 ปี ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ประกาศลาออก โดยทางรัฐสภาจะลงมติเลือกผู้นำพรรคคนใหม่ในวันที่ 30 ส.ค.







