
พิษเศรษฐกิจโลกทำทองพุ่ง-หุ้นร่วง
เผยปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำราคาทองพุ่งกระฉูด หุ้นร่วงต่อเนื่อง 3 วันรวด
เผยปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำราคาทองพุ่งกระฉูด หุ้นร่วงต่อเนื่อง 3 วันรวด
ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งไม่หยุดหลังจากที่กระแสความวิตกกังวลต่อเศรฐกิจสหรัฐ และวิกฤตหนี้ยุโรปยังไม่จบสิ้น นักลงทุนแห่ทิ้งตลาดเงิน และหันไปซบตลาดทองคำ ทำให้ราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้าโคเม็กซ์ ที่นิวยอร์ค ปรับเพิ่มขึ้นอีกถึง 61.40 เหรียญสหรัฐหรือ 3.7% ไปอยู่ที่ 1,713.20 เหรียญสหรัฐ โดยก่อนหน้าในระหว่างการซื้อขายนั้นราคาได้พุ่งขึ้นไปถึง 1,723.40 เหรียญสหรัฐทีเดียว เป็นราคาสูงสุดตลอดการณ์
นักวิเคราะห์มองด้วยว่า ราคาทองอาจจะกระโดดไปถึง 2,000 เหรียญสหรัฐ ในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ หากความวิตกกังวลต่อเศรษฐกิจโลกยังไม่จบสิ้น
นอกจากนั้น ตลาดหุ้นสหรัฐล่าสุด ยังคงตกลงอย่างรุนแรง โดย ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลงไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ถึง 6.7% ไปอยู่ที่ 1,119.46 จุด เป็นการร่วงติดต่อกัน 3 วันติดต่อกันรวมแล้วถึง 11% ทีเดียว และเป็นการตกลงมากทีสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 ส่วนดัชนี ดาวโจนส์ ร่วงลง 634.76 จุด หรือ 5.6% ไปยู่ที่ 10,809.85 จุด
ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐจะสามารถผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้อีก 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดฟื้นความเชื่อมั่น เพราะสหรัฐยังจมกับปัญหาหนี้สาธารณะที่มีอยู่แล้ว 14.3 ล้านล้านเหรียญ และจะกู้เพิ่มอีก 2.4 ล้านล้านเหรียญ
นอกจากนั้น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แสตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ยังประกาศลดอันดับเครดิตของสหรัฐลงจากระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี จากที่ ระดับ AAA ลงไปอยู่ที่ AA+ ด้วย โดยให้ความเห็นว่าการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐนั้นน้อยเกินไป และในอนาคตสหรัฐอาจจะถูกลดอันดับเครดิตได้อีก
ขณะที่ปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปนั้น ได้เกิดความวิตกกังวลอย่างหนักว่าวิกฤตหนี้จะลามเข้าสู่อิตาลี และสเปน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 3 และ 4 ของกลุ่มยูโรโซน หรือกลุ่มประเทศยุโรป 17 ชาติที่ใช้เงินสกุลยูโร โดยเฉพาะอิตาลีนั้น มีระดับหนี้สาธารณะมากถึง 119%m ของจีดีพี หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านยูโร อีกทั้งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจอิตาลีมีอัตราการเติบโตเพียง 0.1% เท่านั้นขณะที่สเปน ก็มีระดับหนี้สาธารณะที่สูง และหวาดเสียวเช่นกันอยู่ที่ 79% ของจีดีพี ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มขาดความมั่นใจอย่างหนักต่อพันธบัตรระยะ 10 ปี ของรัฐบาลอิตาลี และสเปน ดันให้ผลตอบแทนของพันธบัตรของทั้งสองประเทศพุ่งขึ้นไปมากกว่า 6% แล้ว ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงสูง
ความวิตกกังวลดังกล่าว ได้ทำให้ทางด้านธนาคารยุโรป (อีซีบี) เร่งเข้าแก้ปัญหา ด้วยการประกาศโครงการซื้อคืนพันธบัตรแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ช่วยคลายความวิตกกังวลของนักลงทุนนัก







