
หั่นเครดิตมะกันครั้งแรกรอบ100ปี
เอสแอนด์พีปรับลดเหลือAA+ เหตุแผนหนี้ไม่มีประสิทธิภาพ
เอสแอนด์พีปรับลดเหลือAA+ เหตุแผนหนี้ไม่มีประสิทธิภาพ
เอสแอนด์พีหั่นอันดับสหรัฐเหลือ AA+ เหตุแผนไม่แก้ปัญหาหนี้ รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ด้านคลังสหรัฐโต้กลับเอสแอนด์พีคำนวณพลาด
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) หนึ่งในสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวของรัฐบาลสหรัฐลง 1 ขั้นจากระดับ AAA สู่ระดับ AA+ พร้อมให้แนวโน้มเชิงลบ เนื่องจากปัญหาการขาดดุลงบประมาณและปริมาณหนี้ที่เพิ่มมากขึ้น โดยถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สหรัฐได้รับการจัดอันดับจากมูดี้ส์ เมื่อปี 2460 และจากเอสแอนด์พีในปี 2484
เอสแอนด์พี ระบุอีกว่า สหรัฐอาจถูกปรับลดอันดับลงอีกภายใน 2 ปี หากไม่สามารถตัดลดการขาดดุลงบประมาณของประเทศลงได้ พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนการดำเนินนโยบายแก้ปัญหาหนี้ของสหรัฐที่ยืดเยื้อ แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีศักยภาพ และขาดเสถียรภาพอย่างมาก
ด้านโฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ลุกขึ้นมาโต้กลับเอสแอนด์พีโดยกล่าวว่าสถาบันจัดอันดับเครดิตได้วิเคราะห์ตัวเลขการเงินสหรัฐผิดมากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 60 ล้านล้านบาท) ขณะที่ จอหน์ แชมเบอร์ ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดอันดับเครดิตของเอสแอนด์พีได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
“สหรัฐควรที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของงบประมาณในระยะกลางและระยะยาวให้ได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสหรัฐที่มีมานาน” แชมเบอร์ให้สัมภาษณ์กับทางซีเอ็นเอ็น
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลอีกว่า การปรับลดอันดับในครั้งนี้อาจเป็นสาเหตุของปัญหาในตลาดการเงินโลก ซึ่งสกุลเงินเหรียญสหรัฐถือเป็นสกุลเงินหลักที่สำคัญในระบบ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่า การปรับลดอันดับสหรัฐครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบใดๆ เพราะแม้ว่าสหรัฐจะรู้อยู่แล้วว่าจะมีการปรับลดอันดับ กระทรวงการคลังสหรัฐยังคงสามารถเปิดประมูลขายพันธบัตรได้ถึงแสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่ำสุดในรอบปี
ทั้งนี้ ภายหลังที่มีการประกาศลดอันดับสหรัฐ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ในฐานะประเทศผู้ถือครองพันธบัตรรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และยังเป็นผู้ถือทรัพย์สินในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐมากที่สุด จีนมีสิทธิเรียกร้องให้สหรัฐจัดการปัญหาโครงสร้างหนี้ของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับจีน โดยย้ำว่าสหรัฐต้องเลิกแก้ปัญหาหนี้ด้วยวิธีการกู้ยืม
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรายใหญ่อันดับสองของสหรัฐรองจากจีนกลับไม่วิตกกับการปรับลดอันดับของสหรัฐเท่าไรนัก เนื่องจากมองว่า การปรับลดอันดับในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการถือครองพันธบัตรสหรัฐ และยังยืนยันว่านโยบายการลงทุนของญี่ปุ่นต่อเงินสำรองระหว่างประเทศยังคงเหมือนเดิม
ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ได้จัดการประชุมฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกระทรวงการคลังเพื่อหารือถึงผลกระทบของการลดเครดิตสหรัฐ ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะสั้น แต่ไม่วายเตือนว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องกังวลมากเกินไป







