
การค้นพบครั้งใหม่อาจนำไปสู่พัฒนายารักษาอัลไซเมอร์
หลังจากค้นพบวิธีช่วยวินิจฉัยผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างแม่นยำ ล่าสุดการวิจัยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ก็คืบหน้าอีกครั้ง เมื่อคราวนี้เราค้นพบต้นตอสำคัญที่เป็นตัวก่อโรค ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญช่วยให้เราคิดค้นหายารักษาอัลไซเมอร์ได้ในอนาคต
อัลไซเมอร์ หนึ่งในโรคร้ายแรงทางสมองที่ยังไม่มีทางรักษา ผู้ป่วยจำนวนมากเมื่อเกิดอาการหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดโรคจึงอับจนหมดทาง ทำได้เพียงประคับประคองอาการเพื่อชะลอและบรรเทาความรุนแรงในระยะยาว ถือเป็นเรื่องเจ็บปวดทั้งแก่ตัวผู้ป่วยและคนรอบข้างไปพร้อมกัน
แน่นอนแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ในไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกวัน จากการที่หลายประเทศทยอยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง เมื่ออายุมากขึ้นความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ก็ยิ่งสูงตาม โดยกระทรวงสาธารณสุขคาดว่าประเทศไทยในปี 2573 อาจมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์มากกว่า 1,117,000 รายเลยทีเดียว
แต่ใช่ว่าอนาคตจะมืดมนไปเสียทั้งหมดเมื่อการค้นพบครั้งใหม่ทำให้เราใกล้ค้นพบสาเหตุโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นทุกที
การค้นพบครั้งใหม่เมื่ออัลไซเมอร์มีความเกี่ยวพันกับหลอดเลือดสมอง
จากข้อมูลที่เราทราบอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมถอยทางสมอง ปัจจุบันเรายังไม่มีทางรักษาหรือแก้ไขแน่ชัด แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าโรคทางกรรมพันธุ์และโปรตีนบางชนิด เช่น อะไมลอยด์(Amyloid) เป็นหนึ่งในสารที่พบมากในกลุ่มผู้ป่วย จนกลายมาเป็นตัวชี้วัดสำคัญช่วยให้เราสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้แม่นยำขึ้น
ผลการวิจัยล่าสุดจากมหาลัยแมนเชสเตอร์พบว่า นอกจากการสะสมของอะไมลอยด์ก่อตัว จนเข้าไปขัดขวางการไหลเวียนโลหิตของสมองแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุประการสำคัญคือโปรตีนย่อย Amyloid-β 1-40(Aβ1-40) ยังสามารถเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงสมอง นั่นนำไปสู่การค้นพบสาเหตุทำให้เกิดอัลไซเมอร์ในที่สุด
การค้นพบครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอาการอัลไซเมอร์ เกิดขึ้นจากการตีบของหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่เรียกว่า Pial Arteries ที่ปกคลุมตามเนื้อเยื่อสมองทำหน้าที่ส่งต่อสารอาหารและออกซิเจน ซึ่งหากหลอดเลือดนี้เกิดอาการตีบเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ความเสียหายจนทำให้เกิดอาการฝ่อในที่สุด
โดยทีมวิจัยได้ทำการทดลองกับหนูพบว่าหนูที่อายุมากจะมีปริมาณ Aβ1-40 ในปริมาณมาก และโปรตีนชนิดนี้จะเข้าไปอุดตันหลอดเลือด Pial Arteries ทำให้ไม่สามารถนำเลือดไปหล่อเลี้ยงได้เพียงพอ รวมถึงยังเข้าไปยับยั้งการทำงานของโปรตีน BK ที่คอยทำหน้าที่ขยายหลอดเลือดแดงให้กว้างขึ้นอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงรู้ว่าโปรตีนย่อย Aβ1-40 นี่เองก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญในการก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์
ก้าวต่อไปเมื่อต้นตอของโรคอัลไซเมอร์ไม่ใช่ความลับ
หลายคนอาจสงสัยว่าการค้นพบที่ว่าเป็นเพียงการพบสาเหตุของอัลไซเมอร์ จำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติมอีกหลายด้าน ทั้งที่มาของโปรตีนชนิดดังกล่าว โอกาสในการเกิดโรค รวมถึงปัจจัยเสี่ยงในการทำให้อุดตัน ยังห่างไกลจากการรักษาโรคนี้มาก เหตุใดจึงถือเป็นการค้นพบที่อาจช่วยให้เรารักษาอัลไซเมอร์ได้?
สาเหตุสำคัญมาจากเราเริ่มรู้แล้วว่าพื้นเพของโรคอัลไซเมอร์มีความเชื่อมโยงกับหลอดเลือด ที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้ข้อมูลมาก่อนว่าอัลไซเมอร์เกิดจากอะไรจึงไม่สามารถรับมือ มองไม่เห็นทางรักษา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรดูแลสุขภาพเช่นไรให้ถูกวิธี แต่หลังการค้นพบว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของหลอดเลือดสมองอุดตันมันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป
การได้รู้ว่าอัลไซเมอร์ส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดสมอง ช่วยเปิดโอกาสในการทำการวิจัยใหม่ๆ อีกมาก อย่างน้อยก็ช่วยให้เราสามารถทำการศึกษาวิธีแก้ไขปัญหาได้ถูกทาง เพื่อให้สามารถค้นคว้าวิจัยการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันความรู้ที่ได้จากการวิจัยก็ช่วยให้เกิดการทดลองรักษาอัลไซเมอร์และทดลองผลิตยาขึ้นมากว่า 500 ชนิด
ข้อมูลที่ได้ในครั้งนี้ทำให้นักวิจัยเริ่มพุ่งเป้าไปหาโปรตีน Aβ1-40 ที่เป็นต้นตอปัญหา และทำการศึกษาว่าเจ้าโปรตีนชนิดนี้เข้าไปยับยั้งการทำงานของโปรตีน BK ได้อย่างไร หากสามารถเรียนรู้ทำความเข้าใจกลไกดังกล่าวได้สำเร็จ ก็อาจช่วยให้เข้าใจโรคอัลไซเมอร์ได้มากขึ้น นำไปสู่การคิดค้นวิธีการรักษาในที่สุด
นี่จึงเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่อาจช่วยพลิกโฉมหน้าวงการแพทย์ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ไปตลอดกาล
จริงอยู่การคิดค้นทางหรือยารักษาอัลไซเมอร์คงไม่สามารถทำได้ในเร็ววัน จำเป็นต้องผ่านการคิดค้นวิจัยอีกหลายขั้นตอนจึงสามารถออกมาใช้งาน แต่นี่ก็เป็นแสงแห่งความหวังแรกที่อาจทำให้อัลไซเมอร์ไม่ใช่โรคที่น่ากลัวต่อไปในอนาคต เหมือนโรคภัยอีกมากมายที่มนุษย์เคยเอาชนะมาแล้ว
ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุทั้งหลายขอให้อดใจรอกันอีกนิดเพื่อในวันหน้าเราจะไม่ต้องกังวลกับโรคนี้อีกต่อไป
ที่มา
https://www.hfocus.org/content/2016/09/12770
https://www.pnas.org/doi/full/10.1073/pnas.2204581119
https://interestingengineering.com/new-discovery-drugs-alzheimers







