posttoday
น้ำท่วมปราจีนบุรี ชะกากพิษผุด ประชาชนจี้รัฐสอบต้นตอมลพิษ

น้ำท่วมปราจีนบุรี ชะกากพิษผุด ประชาชนจี้รัฐสอบต้นตอมลพิษ

20 ตุลาคม 2569

น้ำท่วมพัดกากอุตสาหกรรมที่ถูกฝังกลบในปราจีนบุรีปนเปื้อนแหล่งน้ำ ชาวบ้านและนักอนุรักษ์ชี้ช่องโหว่กำกับดูแล พร้อมเรียกร้องตรวจสอบต้นตอและฟื้นฟูพื้นที่อย่างโปร่งใส

KEY

POINTS

  • สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรีได้ชะล้างกากอุตสาหกรรมและสารเคมีที่ถูกลักลอบฝังกลบไว้ใต้ดินให้แพร่กระจายออกมาปนเปื้อนแหล่งน้ำและพื้นที่เกษตร
  • ภาคประชาชนเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบต้นตอของมลพิษอย่างจริงจังและโปร่งใส เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต สัตว์น้ำ และความปลอดภัยของน้ำประปา
  • ปัญหาดังกล่าวถูกเชื่อมโยงกับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมจากโรงงานจำนวนมากในพื้นที่ โดยมีการรวบรวมข้อมูลจุดทิ้งขยะพิษที่ถูกฝังกลบไว้มากกว่า 60 จุด

 

น้ำท่วมครั้งใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรี ทำให้กากอุตสาหกรรมและสารเคมีที่ถูกลักลอบฝังกลบในพื้นที่ถูกชะล้างออกมากับกระแสน้ำ กระทบแหล่งน้ำ สัตว์น้ำ และการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน ขณะที่หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและควบคุมสถานการณ์ แต่เครือข่ายภาคประชาชนยังตั้งข้อกังวลต่อประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการตรวจสอบมลพิษ

 

สุนทร คมคาย แกนนำเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งและสมาชิกเครือข่าย ทสม. เรียกสถานการณ์นี้ว่า “น้ำท่วมตอผุด” โดยระบุว่า น้ำได้พัดพาสารเคมี ขยะพิษ และกากอุตสาหกรรมซึ่งถูกฝังไว้ตามบ่อลูกรัง ป่ายูคาลิปตัส ป่าอ้อย และพื้นที่เกษตร กระจายออกสู่พื้นที่โดยรอบ

 

สุนทรกล่าวว่า ปัญหารุนแรงขึ้นหลังมีการออกคำสั่ง คสช. มาตรา 44 คำสั่งที่ 4/2559 ซึ่งเปิดทางให้ตั้งโรงงานคัดแยกและฝังกลบขยะในพื้นที่ผังเมืองได้หลายประเภท ประกอบกับจีนปิดรับขยะอุตสาหกรรมในปี 2560 ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนย้ายฐานเข้ามาในไทย

 

สุนทรระบุว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีโรงงานประเภท 105 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฝังกลบ ประเภท 106 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดแยกและรีไซเคิล รวมถึงโรงหลอม รวมกันประมาณ 200–300 แห่ง จากโรงงานทั้งหมดราว 1,000 แห่ง โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวในอำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอศรีมหาโพธิ เครือข่ายภาคประชาชนยังรวบรวมข้อมูลจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมได้มากกว่า 60 จุด

 

สุนทรกล่าวว่า มีการนำกากเคมี ขี้เถ้าถ่านหิน และน้ำกากส่าจากโรงงานเอทานอลไปทิ้งหรือฝังกลบในพื้นที่สาธารณะ ที่ดิน ส.ป.ก. และแปลงเกษตร ขณะที่ชาวบ้านพบปัญหาน้ำสีดำและคราบสารเคมีสีรุ้งในแหล่งน้ำ ซึ่งเขาเชื่อมโยงกับสารกลุ่มไฮโดรคาร์บอนและสารระเหย ส่งผลให้ปลาตายและเกิดความกังวลต่อสระน้ำผิวดินที่ใช้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน

 

ผลกระทบยังขยายไปถึงสัตว์ป่า โดยสุนทรยกกรณีช้างป่าในตำบลเขาไม้แก้ว ซึ่งอาจสัมผัสน้ำเสียและกินพืชผลทางการเกษตรที่ปนเปื้อนสารเคมีหรือทองแดง

 

ข้อเสนอของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ได้แก่ การห้ามนำน้ำกากส่าไปทิ้งหรือโรยในพื้นที่เกษตรช่วงฤดูฝน การปิดประตูน้ำเพื่อสกัดกั้นน้ำเสียไม่ให้ไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรี และการใช้น้ำสะอาดจากเขื่อนช่วยเจือจางมลพิษ รวมถึงการฟื้นฟูคลองและหนองน้ำด้วยจุลินทรีย์

 

นอกจากนี้ยังเสนอให้ย้ายเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดทั้งชุด เพื่อทบทวนการกำกับดูแลที่เครือข่ายเห็นว่าบกพร่องต่อเนื่องมาหลายปี

 

ด้านดาวัลย์ จันทร์หัสดี เจ้าหน้าที่อาวุโสมูลนิธิบูรณะนิเวศ ชี้ว่า โครงสร้างธุรกิจขยะในพื้นที่มีทั้งผู้ประกอบการไทยที่รับกำจัดกากอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสีย กับผู้ประกอบการต่างชาติที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และวัสดุใช้แล้วมาคัดแยกหรือหลอม

 

มีการตั้งข้อสังเกตถึงการใช้บริษัทหรือนอมินีถือใบอนุญาตโรงงาน ขณะที่พื้นที่ขนาดใหญ่ถูกแบ่งให้ผู้ประกอบการหลายรายเช่าใช้ และอาจมีการซื้อขายหรือให้เช่าใบอนุญาตกันเอง

 

ดาวัลย์ยังกล่าวถึงการใช้บ่อลูกรังเก่าเป็นจุดทิ้งกากอุตสาหกรรม และการสร้างรั้วสูงบดบังพื้นที่ โดยยกกรณีหนองหอยที่เธอระบุว่ามีบ่อขยะรีไซเคิลขนาดใหญ่และมีสารเคมีปุดขึ้นมา จึงมีความเสี่ยงที่สารปนเปื้อนจะล้นออกสู่พื้นที่ภายนอกเมื่อฝนตกหนักหรือน้ำท่วม

 

สำหรับคราบสีรุ้งบนผิวน้ำ ดาวัลย์ระบุว่าอาจเกี่ยวข้องกับสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน น้ำมันใช้แล้ว หรือสารกัดกร่อน หากสารเหล่านี้สัมผัสวัสดุปูรองบ่อฝังกลบจนเกิดความเสียหาย ก็อาจรั่วซึมลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินได้ เธอจึงเรียกร้องให้ตรวจสอบทั้งแหล่งกำเนิดและเส้นทางการปนเปื้อนอย่างละเอียด

 

ดาวัลย์ตั้งข้อสังเกตต่อการบังคับใช้กฎหมาย โดยเห็นว่าคำสั่งตามมาตรา 37 อาจไม่เข้มงวดเพียงพอ ส่วนคำสั่งตามมาตรา 39 บางกรณีสั่งปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อปรับปรุง แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนว่าต้องแก้ไขเรื่องใด พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานได้ตรวจสอบปริมาณสารเคมีที่โรงงานรีไซเคิลนำเข้าและวิธีกำจัดอย่างครบถ้วนหรือไม่

 

มีการยังเตือนว่า ผลตรวจน้ำที่พบว่าสารปนเปื้อนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอาจต้องพิจารณาควบคู่กับปริมาณน้ำท่วม เพราะน้ำจำนวนมากอาจเจือจางความเข้มข้นของสารพิษชั่วคราว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ผลกระทบระยะยาวอาจทำให้ชาวบ้านใช้ที่ดินและแหล่งน้ำไม่ได้ รวมถึงกระทบมูลค่าทรัพย์สินและสุขภาพของประชาชน

 

ทั้งสุนทรและดาวัลย์เห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาต้องตรวจสอบแหล่งทิ้งกากอุตสาหกรรมและผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ พร้อมปรับปรุงการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้มลพิษที่ซ่อนอยู่ใต้ดินถูกน้ำพัดพาออกมาซ้ำอีกครั้ง.

ข่าวล่าสุด

ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในปารีสและหลายเมือง หลังจลาจล-ปล้นร้านค้า

ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในปารีสและหลายเมือง หลังจลาจล-ปล้นร้านค้า