
รามคำแหงเร่งฟื้นฟูน้ำท่วม คาดเสียหายเกิน 200 ล้าน ยืนยันไม่เลื่อนสอบ
มหาวิทยาลัยรามคำแหงเร่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม อาคารเสียหายกว่าครึ่ง คาดมูลค่าเกิน 200 ล้านบาท ยืนยันเปิดเรียน 5 ต.ค. สอบปลายภาคตามเดิม
KEY
POINTS
- น้ำท่วมบางจุดสูงเกือบ 2 เมตร กระทบอาคารมากกว่าครึ่งจากทั้งหมด 65 อาคาร ต้องเร่งตรวจระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค
- มหาวิทยาลัยประเมินความเสียหายอาจเกิน 200 ล้านบาท แต่ยังต้องรอแต่ละหน่วยงานสำรวจให้ครบก่อนสรุปยอด
- ยืนยันเปิดเรียนวันที่ 5 ตุลาคม และจัดสอบปลายภาควันที่ 14–28 ตุลาคมตามกำหนด พร้อมเตรียมพื้นที่และแผนรองรับ
มหาวิทยาลัยรามคำแหงเร่งทำความสะอาดและสำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วมตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยบางจุดมีระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ส่งผลให้อาคารมากกว่าครึ่งจากทั้งหมด 65 อาคารได้รับความเสียหาย เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าความเสียหายอาจเกิน 200 ล้านบาท ขณะที่มหาวิทยาลัยยืนยันจะเปิดเรียนวันที่ 5 ตุลาคม และจัดสอบปลายภาคตามกำหนดเดิม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังระดับน้ำลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าหน้าที่และบุคลากรจึงเร่งฟื้นฟูอาคาร อุปกรณ์ และพื้นที่ให้บริการนักศึกษา เพื่อเตรียมกลับมาใช้งาน
ตลอดช่วงน้ำท่วม มหาวิทยาลัยหลีกเลี่ยงการสูบน้ำออกสู่ถนนและชุมชนโดยรอบ เพราะไม่ต้องการเพิ่มความเดือดร้อนให้ประชาชน ขณะเดียวกัน พื้นที่มหาวิทยาลัยอยู่ต่ำกว่าถนนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ระบายน้ำได้ยากและต้องใช้เวลาหลายวันกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อาคารเสียหายกว่าครึ่ง เร่งตรวจระบบไฟฟ้าก่อนใช้งาน
ผลสำรวจเบื้องต้นพบความเสียหายครอบคลุมทั้งอาคารเรียน หน่วยงานสนับสนุนการศึกษา และพื้นที่บริการนักศึกษา อาทิ สถาบันคอมพิวเตอร์ คณะศึกษาศาสตร์ สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล หรือ สวป. กองกิจการนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ สำนักกีฬา และสำนักการแพทย์และอนามัย
นอกจากนี้ ยังมีคณะรัฐศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง คณะมนุษยศาสตร์ ตลอดจนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้รับผลกระทบด้วย
แม้ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่การทำความสะอาดยังต้องใช้เวลา ส่วนงานซ่อมแซมบางประเภทอาจใช้เวลานานกว่า โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้ควบคุมระบบ และหม้อแปลงที่จมน้ำ ซึ่งต้องตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนนำกลับมาใช้งาน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ประเมินเบื้องต้นว่า ความเสียหายอาจสูงถึง 200 ล้านบาทหรือมากกว่านั้น เนื่องจากการประเมินครั้งแรกยังมีทรัพย์สินจมอยู่ใต้น้ำและไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด มหาวิทยาลัยจึงต้องรอแต่ละหน่วยงานสำรวจและรวบรวมรายละเอียดก่อนสรุปมูลค่าความเสียหายอีกครั้ง
เปิดเรียน 5 ต.ค. สอบปลายภาคตามเดิม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ยืนยันว่า มหาวิทยาลัยจะกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม โดยระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่กระทบการเรียนการสอนของหลักสูตรต่าง ๆ
ส่วนการสอบปลายภาคระหว่างวันที่ 14–28 ตุลาคม ยังคงเป็นไปตามกำหนด มหาวิทยาลัยเตรียมพื้นที่และแผนรองรับไว้แล้ว เพื่อให้นักศึกษาเข้าสอบได้โดยไม่ต้องเลื่อนออกไป
น้ำท่วมรุนแรงครั้งหนึ่งในรอบกว่า 4 ทศวรรษ
น้ำท่วมครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเผชิญในรอบกว่า 4 ทศวรรษ ทั้งระดับน้ำ ระยะเวลาท่วมขัง และผลกระทบต่ออาคารกับระบบสาธารณูปโภค
ย้อนกลับไปปี 2526 พื้นที่หัวหมากและมหาวิทยาลัยรามคำแหงเคยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ข้อมูลในรายงานการศึกษาขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA ระบุว่า พื้นที่รามคำแหงและบางส่วนของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีน้ำท่วมขังนานกว่า 2 เดือน ขณะที่ภาพบันทึกบริเวณหัวหมากระบุช่วงน้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
ต่อมาในปี 2554 มหาอุทกภัยส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2554 พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการยกเว้นค่าหน่วยกิต ค่าธรรมเนียม และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ
สำหรับการฟื้นฟูครั้งนี้ งานสำคัญที่ยังต้องดำเนินต่อคือการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ซ่อมแซมสาธารณูปโภค และรวบรวมความเสียหายให้ครบถ้วน ควบคู่กับการเตรียมพื้นที่รองรับการเปิดเรียนและการสอบตามปฏิทินเดิม







