posttoday
นิวซีแลนด์เปิดตัวมิชลิน ไกด์ 2026 ครั้งแรกในโอเชียเนีย ดันเส้นทางสายกินสู่เวทีโลก

นิวซีแลนด์เปิดตัวมิชลิน ไกด์ 2026 ครั้งแรกในโอเชียเนีย ดันเส้นทางสายกินสู่เวทีโลก

02 กรกฎาคม 2569

มิชลิน ไกด์ เปิดตัวในนิวซีแลนด์ครั้งแรก คัดเลือก 110 ร้านอาหาร มอบ 15 ดาวมิชลิน ตอกย้ำศักยภาพประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลกและการท่องเที่ยวคุณภา

KEY

POINTS

  • นิวซีแลนด์เปิดตัว "มิชลิน ไกด์ 2026" เป็นครั้งแรกในภูมิภาคโอเชียเนีย ครอบคลุม 4 เมืองสำคัญ และคัดเลือกร้านอาหาร 110 แห่ง เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก
  • ร้าน Essence ในควีนส์ทาวน์เป็นร้านเดียวที่คว้า 2 ดาวมิชลินในการเปิดตัวครั้งแรก ร่วมกับอีก 14 ร้านที่ได้ 1 ดาวมิชลิน ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานที่สูงของวงการอาหารนิวซีแลนด์
  • การยอมรับจากมิชลินเน้นย้ำถึงเอกลักษณ์ของอาหารนิวซีแลนด์ที่เชื่อมโยงกับวัตถุดิบท้องถิ่น ธรรมชาติ และวัฒนธรรมเมารี (Manaakitanga และ Tiakitanga) ซึ่งสร้างประสบการณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร

นิวซีแลนด์เปิดตัว “มิชลิน ไกด์ 2026” ครั้งแรกในโอเชียเนีย ดันจุดหมายปลายทางสายกินระดับโลก

 

นิวซีแลนด์ก้าวสู่แผนที่อาหารโลกอย่างเป็นทางการ หลัง The MICHELIN Guide New Zealand 2026 เปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคโอเชียเนีย ครอบคลุม 4 เมืองสำคัญ ได้แก่ โอ๊คแลนด์ เวลลิงตัน ไครสต์เชิร์ช และควีนส์ทาวน์ โดยคัดเลือกร้านอาหารรวม 110 แห่ง สะท้อนศักยภาพของประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่โดดเด่น ทั้งคุณภาพวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น

 

หลังการประเมินแบบไม่เปิดเผยตัวตนเป็นเวลาหลายเดือน มิชลิน ไกด์ มอบรางวัล 2 ดาวมิชลิน ให้แก่ร้าน Essence ในเมืองควีนส์ทาวน์ ซึ่งเป็นร้านเดียวของประเทศที่ได้รับเกียรติสูงสุดในปีนี้ ขณะที่มีร้านอาหารอีก 14 แห่งได้รับ 1 ดาวมิชลิน, 35 แห่งได้รับรางวัล Bib Gourmand สำหรับร้านที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า และ 60 แห่งได้รับการคัดเลือกเป็น MICHELIN Selected

 

นิวซีแลนด์เปิดตัวมิชลิน ไกด์ 2026 ครั้งแรกในโอเชียเนีย ดันเส้นทางสายกินสู่เวทีโลก

 

ร้าน Essence นำโดยเชฟ Paul Froggatt ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นทะเลสาบวากาติปู โดดเด่นด้วยเมนู Tasting Menu ที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของนิวซีแลนด์ ถ่ายทอดผ่านเทคนิคการปรุงร่วมสมัยและความคิดสร้างสรรค์ เชฟ Froggatt กล่าวว่า การได้รับ 2 ดาวมิชลินเป็นความสำเร็จของทุกคนในทีม ตั้งแต่เชฟ พนักงานบริการ ไปจนถึงเกษตรกรและซัพพลายเออร์ พร้อมย้ำว่านิวซีแลนด์คือหนึ่งในประเทศที่มีเรื่องราวด้านอาหารน่าตื่นเต้นที่สุดของโลก

 

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับ 1 ดาวมิชลิน ประกอบด้วย 5 ร้านในโอ๊คแลนด์ ได้แก่ Ahi., Mudbrick, Paris Butter, Tala และ The Estate, 3 ร้านในเวลลิงตัน ได้แก่ Jano Bistro, Logan Brown และ Ortega, 2 ร้านในไครสต์เชิร์ช ได้แก่ Inati และ Tussock Hill และอีก 4 ร้านในควีนส์ทาวน์ ได้แก่ Amisfield, Kika, Rātā และ Sherwood

 

นิวซีแลนด์เปิดตัวมิชลิน ไกด์ 2026 ครั้งแรกในโอเชียเนีย ดันเส้นทางสายกินสู่เวทีโลก

 

ด้าน Gwendal Poullennec ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ทั่วโลก กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักที่ประเทศเปิดตัวคู่มือมิชลินครั้งแรกแล้วมีร้านอาหารได้รับดาวจำนวนมากเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของวงการอาหารนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่เพียงมีร้านอาหารคุณภาพ แต่ยังมีภูมิทัศน์อาหารร่วมสมัยที่เชื่อมโยงกับผืนดิน วัตถุดิบ และธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

 

มิชลินยังชื่นชมวัฒนธรรมอาหารของนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล การเคารพคุณค่าดั้งเดิมของวัตถุดิบ และการต้อนรับอย่างอบอุ่นตามแนวคิด Manaakitanga ของชาวเมารี ซึ่งสะท้อนผ่านประสบการณ์การรับประทานอาหารทั่วประเทศ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งไปจนถึงร้านอาหารท้องถิ่น

 

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ Tiakitanga หรือการดูแลและปกป้องธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นหัวใจของการทำเกษตร การผลิตอาหาร และการดำเนินธุรกิจด้านอาหารของนิวซีแลนด์ ร้าน Ahi. ในโอ๊คแลนด์เป็นตัวอย่างที่โดดเด่น โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ การใช้ผลผลิตตามฤดูกาล และการสนับสนุนผู้ผลิตท้องถิ่น ขณะที่ร้าน Sherwood ในควีนส์ทาวน์เลือกใช้วัตถุดิบจากสวนของร้านและการเก็บผลผลิตจากธรรมชาติในพื้นที่ ส่วนร้าน Ortega ในเวลลิงตันนำเสนออาหารทะเลคุณภาพสูงที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของทะเลนิวซีแลนด์

 

นอกจากอาหารแล้ว มิชลินยังมองว่าประสบการณ์การรับประทานอาหารของนิวซีแลนด์โดดเด่นด้วยทำเลและธรรมชาติ ตั้งแต่ร้านอาหารกลางไร่องุ่น ร้านที่มองเห็นทะเลสาบและเทือกเขา ไปจนถึงร้านที่เชื่อมโยงผู้มาเยือนกับแหล่งผลิตวัตถุดิบโดยตรง ทำให้ทุกมื้ออาหารเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

 

René de Monchy ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ กล่าวว่า การได้รับการยอมรับจากมิชลินถือเป็นการยกย่องผู้คน ผืนแผ่นดิน และวัฒนธรรมของประเทศ พร้อมเชิญชวนนักเดินทางจากทั่วโลกมาสัมผัสประสบการณ์อาหารที่เชื่อมโยงความยั่งยืน วัฒนธรรมเมารี และการต้อนรับแบบกีวีในทุกภูมิภาคของนิวซีแลนด์

 

นอกเหนือจากการมอบดาวมิชลิน คู่มือยังประกาศ 3 รางวัลพิเศษ ได้แก่ MICHELIN Guide Young Chef Award มอบให้ Robert Fairs จากร้าน Londo ในไครสต์เชิร์ช, MICHELIN Guide Service Award มอบให้ Stina Persen จากร้าน Graze ในเวลลิงตัน และ MICHELIN Guide Sommelier Award มอบให้ Matthew Aitchison จากร้าน The French Café ในโอ๊คแลนด์

 

ปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่นิวซีแลนด์จัดเวที MICHELIN Mindful Voices เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีเชฟ Ben Bayly จากร้าน Ahi. ร่วมถ่ายทอดแนวทางการทำอาหารที่เชื่อมโยงเกษตรกร ชุมชน และการใช้ทรัพยากรอย่างหมุนเวียน ตั้งแต่การปลูกผักของร้าน การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลในการตกแต่งร้าน สะท้อนทิศทางของวงการอาหารนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตอย่างยั่งยืน.

ข่าวล่าสุด

กรมการกงสุลอัปเดต 35 ประเทศ ฟรีวีซ่า 2569 พาสปอร์ตไทยบินได้ทันที

กรมการกงสุลอัปเดต 35 ประเทศ ฟรีวีซ่า 2569 พาสปอร์ตไทยบินได้ทันที