posttoday
เผยเบื้องลึกดีล JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายบอลโลก 2 สมัยรวม 2,300 ล้าน

เผยเบื้องลึกดีล JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายบอลโลก 2 สมัยรวม 2,300 ล้าน

11 มิถุนายน 2569

JAS ผนึก Monomax ปิดดีลประวัติศาสตร์คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 มูลค่า 2,300 ล้านบาท มุ่งสู่การเป็น Sports & Entertainment Platform ระดับภูมิภาค

KEY

POINTS

  • บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัย คือปี 2026 และ 2030 ด้วยมูลค่า 2,300 ล้านบาท
  • การลงทุนนี้ถือว่าคุ้มค่าเนื่องจากฟุตบอลโลก 2026 จะเพิ่มทีมเป็น 48 ทีม และปี 2030 เป็นการฉลองครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลโลก
  • จะมีการถ่ายทอดสดให้รับชมครบทุกแมตช์ผ่าน Monomax และมากกว่า 40 แมตช์ผ่านฟรีทีวี เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงของผู้ชมชาวไทย

ดีลประวัติศาสตร์ 2,300 ล้านบาท กับก้าวสำคัญของ JAS ในฐานะเจ้าแห่งกีฬา

การประกาศคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกของ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ร่วมกับ Monomax ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อคอนเทนต์กีฬามาฉายตามปกติ แต่คือการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมภายใต้วิสัยทัศน์ "The Home of FIFA in Thailand"

ความคุ้มค่าของมูลค่า 70 ล้านเหรียญ (2,300 ล้านบาท) เมื่อวิเคราะห์จากตัวเลข 2,300 ล้านบาทสำหรับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย (2026 และ 2030) ถือว่ามีความคุ้มค่าอย่างสูง เนื่องจากฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มทีมเป็น 48 ทีมชาติ และเพิ่มจำนวนการแข่งขันเป็น 104 แมตช์
เผยเบื้องลึกดีล JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายบอลโลก 2 สมัยรวม 2,300 ล้าน

หากเทียบราคาเฉลี่ยต่อแมตช์และการได้สิทธิ์ครอบคลุมยาวถึงปี 2030 ซึ่งเป็นปีประวัติศาสตร์ครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลโลก การลงทุนในครั้งนี้จึงเป็นการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในระยะยาว

การสร้าง Ecosystem เพื่อความเป็นเบอร์ 1 ด้าน Sports & Entertainment การได้รับสิทธิ์ FIFA ครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการบริหารลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกอื่นๆ เช่น Premier League และ UEFA EURO ที่ JAS มีอยู่ในมือแล้ว

 การสะสมคอนเทนต์ "แม่เหล็ก" ระดับนี้ช่วยให้ JAS สามารถยกระดับธุรกิจสู่ Sports & Entertainment Platform ระดับภูมิภาค ได้อย่างแข็งแกร่ง

ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไว้ว่า:

"คนไทยจะได้รับชมฟุตบอลโลกฟรีมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพราะฟุตบอลโลกไม่ควรเป็นสิ่งที่คนไทยต้องพลาด ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการซื้อลิขสิทธิ์กีฬา แต่คือการนำมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกมาสู่คนไทย ให้ได้รับชมพร้อมกับผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกเราจะให้ผู้ชมได้ชมครบ 104 แมตซ์ บนแพลตฟอร์ม Monomax และได้ดูบนฟรีทีวีผ่านช่อง MONOMAX SPORTS มากกว่า 40 แมตซ์ พร้อมคู่เปิดและรอบชิงชนะเลิศ เพื่อเป็นการตอกย้ำบทบาทของ JAS ในการยกระดับธุรกิจสู่ Sports & Entertainment Platform ระดับภูมิภาค เรามุ่งมั่นนำเสนอคอนเทนต์กีฬาคุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้ชมชาวไทย พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ผ่านการเชื่อมโยงคอนเทนต์ระดับโลก บนเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อให้แฟนบอลทั่วประเทศสามารถเข้าถึงมหกรรมกีฬาระดับโลกได้อย่างทั่วถึง"
 

เผยเบื้องลึกดีล JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายบอลโลก 2 สมัยรวม 2,300 ล้าน

กลยุทธ์การเข้าถึงผู้ชม (Accessibility) หนึ่งในจุดเด่นของดีลนี้คือการแก้ปัญหา "จอดำ" หรือความยากลำบากในการรับชมฟุตบอลโลกในอดีต โดย JAS มอบทางเลือกที่ชัดเจนคือ

Monomax: รับชมสดครบทั้ง 104 แมตซ์ พร้อมไฮไลต์และย้อนหลัง

ฟรีทีวี (ช่อง MONOMAX SPORTS): รับชมฟรีมากกว่า 40 แมตซ์ รวมถึงคู่เปิดสนามและรอบชิงชนะเลิศ

การผสมผสานระหว่างโมเดลสมาชิก (Subscription) และการออกอากาศฟรีทีวี ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ แต่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการทำให้คนไทยเข้าถึงมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกได้อย่างทั่วถึง
 การขยับตัวครั้งนี้ของ JAS จึงเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมคอนเทนต์กีฬาในไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลอย่างแท้จริง
เผยเบื้องลึกดีล JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายบอลโลก 2 สมัยรวม 2,300 ล้าน

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. กล่าวโทษ “ยิม เลียก” ถือหุ้น VGI เกิน 5% ไม่รายงานตามกฎหมาย

ก.ล.ต. กล่าวโทษ “ยิม เลียก” ถือหุ้น VGI เกิน 5% ไม่รายงานตามกฎหมาย