แนะนำ “4 กฎเหล็กเด็กปลอดภัย“ เที่ยวงานวันเด็ก รู้ทันภัย ตามหลักสากล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รวบรวม “หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับเด็ก” โดยอ้างอิงแนวทางและมาตรฐานจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลก
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยในความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ที่มีประชาชนหนาแน่น ทั้งในเขตเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาพร้อมครอบครัว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รวบรวม “หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับเด็ก” โดยอ้างอิงแนวทางและมาตรฐานจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา (FBI), สหราชอาณาจักร (Metropolitan Police) และโมเดลด้านความปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น นำมาปรับประยุกต์เป็นข้อแนะนำสำคัญ 4 ประการ เพื่อให้ผู้ปกครองเตรียมความพร้อมก่อนพาบุตรหลานออกจากบ้าน ภายใต้กรอบมาตรการเตรียมความพร้อมตามมาตรฐานสากล (International Safety Checklist) ดังนี้
1. พกเบอร์โทรศัพท์แบบ “ซ่อนชื่อเด็ก” (Smart Contact Info)
ให้ผู้ปกครองเขียนหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองหรือผู้ดูแลที่สามารถติดต่อได้ทันที ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อของเด็กหรือจัดทำเป็นป้ายคล้องคอ ทั้งนี้ ตามหลักความปลอดภัย ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการระบุชื่อหรือชื่อ–นามสกุลของเด็กไว้บนป้ายภายนอก เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น การมีหมายเลขโทรศัพท์จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อผู้ปกครองได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขอแนะนำให้เด็กพกนามบัตรโรงแรมที่พัก หรือภาพถ่ายข้อมูลที่พัก (Hotel Card) ติดตัวไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารและการพาเด็กกลับสู่ที่พักได้อย่างถูกต้อง หากเกิดกรณีพลัดหลงในแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่จัดกิจกรรมวันเด็ก
2. ถ่ายรูปชุดที่สวมออกจากบ้าน “ให้เห็นรองเท้า” (Photo with Shoes)
ก่อนออกจากบ้าน ผู้ปกครองควรถ่ายภาพบุตรหลานแบบเต็มตัวในชุดที่สวมใส่ในวันนั้น ตามคำแนะนำของศูนย์ประสานงานเด็กหายและเด็กถูกล่วงละเมิดแห่งชาติ (NCMEC) ซึ่งระบุว่า “รองเท้า” เป็นจุดสังเกตที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ภาพถ่ายที่ชัดเจน รวมถึงลักษณะของรองเท้า จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุรูปพรรณและประสานการค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาสำคัญ (Golden Hour)
3.ดูแลใกล้ชิดตามหลัก “ตีนตุ๊กแก” (Velcro Parent Rule)
ในพื้นที่ที่มีประชาชนหนาแน่น ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กเดินตามลำพัง เช่น การจับมือหรืออยู่ในระยะสายตาตลอดเวลา หากเป็นไปได้อาจให้เด็กพกนกหวีดติดตัว ตามแนวทางด้านความปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
4. สอนให้เด็กรู้จักขอความช่วยเหลือจาก “คนแปลกหน้าที่ปลอดภัย” (Find Safe Strangers)
ควรปรับแนวคิดจากการสอนแบบเดิมที่ว่า “ห้ามคุยกับคนแปลกหน้า” มาเป็นการสอนให้เด็กรู้จักสังเกตและเข้าหา “บุคคลที่ปลอดภัย” ตามแนวทางของตำรวจสหราชอาณาจักร โดยหากเด็กพลัดหลง ให้มองหาเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ เช่น ตำรวจ ทหาร หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หากไม่พบ ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงที่มาพร้อมเด็กหรือผู้ปกครองท่านอื่น ซึ่งจากสถิติถือเป็นกลุ่มที่มีความปลอดภัยสูงในการขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ พล.ต.ต.จตุรภัทร์ กล่าวว่า การนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจากต่างประเทศมาปรับใช้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ทัดเทียมนานาชาติ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ครอบครัวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 191 หรือสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


