
โอลิมปิก เกมส์ มหกรรมกีฬา ที่หลายชาติยอมขาดทุนแลกกับการได้เป็นเจ้าภาพ
โอลิมปิก ปารีส เกมส์ 2024 กำลังจะปิดฉากในวันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค.67 โพสต์ ทูเดย์ พาไปย้อนดูแต่ละประเทศที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกว่าใครขาดทุนหรือกำไรบ้าง ว่ากันว่า ฝรั่งเศส อาจรอดจากการขาดทุนเป็นชาติแรกในรอบ 24 ปีเลยทีเดียว
กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ โอลิมปิก เกมส์ คือการแข่งขันกีฬาที่นักกีฬาทุกคนบนโลกนี้ ปรารถนาจะเข้าร่วมชิงชัย ยิ่งได้เหรียญทอง หรือเหรียญใดเหรียญหนึ่งติดมือมาทันคือเกียรติประวัติของชีวิต
นักกีฬาระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ , โนวัค โจโควิช ,ราฟาเอล นาดาล , ไมเคิล จอร์แดน , ไมเคิล เฟลป์ ต่างเคยผ่านเวทีกีฬาโอลิมปิกมาหมดแล้ว
ส่วนการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก เป็นอีกหนึ่งอีเวนท์ที่ทุกชาติต่างอยากที่จะบิด (bid) ขอเป็นเจ้าภาพถึงขนาดที่ต้องทุ่มเงินนับแสนล้านเพื่อให้ได้มา ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเองที่เคยอยากจะขอเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก
คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) คือหน่วยงานจัดการแข่งขัน และจัดหารายได้จากกีฬาโอลิมปิกที่จัดขึ้นทุก 4 ปี หลายชาติต่างยื่นประมูลเพื่อขอมาเป็นเจ้าภาพ
เมื่อมีหลายประเทศ ต้องการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก IOC จึงใช้ระบบการประมูล ประเทศไหนประมูลได้มากที่สุด ก็ได้เป็นเจ้าภาพไป
ค่าใช้จ่ายก้อนแรกเลย นั่นก็คือ เงินที่ใช้ในการประมูล ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการจัดงานเลยด้วยซ้ำ และเมื่อได้เป็นเจ้าภาพแล้ว ประเทศที่ประมูลชนะ ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับการจัดแข่งขันกีฬา ตั้งแต่สนามจัดการแข่งขัน ที่พักนักกีฬา ระบบขนส่ง ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
หากย้อนไปไม่ไกลมาก เอาเริ่มที่สหัสวรรษ ตั้งแต่ปี 2000มา เริ่มที่โอลิมปิก 2000 ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตอนนั้นเจ้าภาพ ลงไป 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.5 แสนล้านบาท แต่ขาดทุนไป 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 4.5 หมื่นบ้านบาท
แม้จะเห็นตัวอย่างแล้วว่าการจัดมันเสี่ยงต่อการขาดทุนมากกว่าคืนทุน แต่ถัดมาอีก 4 ปีที่ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เป็นเจ้าภาพ พวกเขาตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,900 ล้านเหรียญ แต่ขาดทุนรวมอยู่ที่ 14,500 ล้านเหรียญ หรือ 4 แสนกว่าล้านบาท เรียกว่าขาดทุนจนประเทศฟุบไปหลายปี
โดยหากดูเจ้าภาพโอลิมปิกในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่า ปี 2008 ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ตั้งงบประมาณไว้ 6,800 ล้านเหรียญ ขาดทุนไปเล็กน้อยที่ 146 ล้านเหรียญ
ส่วน ปี 2012 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งงบประมาณไว้มหาศาลที่ 14,900 ล้านเหรียญ แม้ตัวเลขที่ออกมาจกบอกว่าพวกเขาไม่ขาดทุน แต่ค่าใช้จ่ายแฝงมีข้อมูลมาว่าใช้เกินจากงบที่ตั้งไว้ถึง 4 เท่า
ปี 2016 ที่ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล งบตั้งไว้ 4,600 ล้านเหรียญฯ แต่ขาดทุนไป 2 พันล้านเหรียญฯ
ต่อที่ปี 2020 ที่ญี่ปุ่น (เลื่อนมาจัดปี 2021) งานนั้นขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพราะเกิดเหตุการณ์โควิด แต่เจ้าภาพก็ขาดทุนไป 7,200 ล้านเหรียญ จากงบประมาณ 13,000 ล้านเหรียญที่ตั้งไว้
ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่เจ้าภาพตั้งงบ กับ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จที่ดีดออกไป แม้เจ้าภาพสามารถ หารายได้เข้ามาชดเชยกับค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปได้ครบถ้วนในรูปแบบต่างๆได้ แต่มันก็ไม่ครอบคลุมเพียงพอ
เป็นอันว่าประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก ขาดทุนมหาศาล เนื่องจากส่วนแบ่งรายได้การจัดกีฬาโอลิมปิกโดย IOC ไม่ได้ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายที่จ่ายไป
พูดให้เห็นภาพคือ สิทธิ์ต่างๆทั้ง ของที่ระลึก ส่วนแบ่งค่าตั๋ว ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ต้องเฉือนให้ IOC บางส่วน ทว่าค่าใช้จ่ายจริงคือภาระของเจ้าภาพที่ IOC ไม่ได้มารับรู้เห็นด้วย
ส่วนโอลิมปิก 2024ที่ ปารีส ฝรั่งเศสครั้งนี้ เจ้าภาพฝรั่งเศส ถอดบทเรียนจากความขาดทุนของเจ้าภาพในครั้งก่อนๆมาแล้ว
ฝรั่งเศสเปิดกลยุทธ์ไม่ขาดทุนจากการตั้งงบประมาณในการจัดการงานที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.5 แสนล้านบาท แทบจะน้อยเท่ากับ บราซิลเมื่อปี 2016 และไปเท่ากับ ออสเตรเลียเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
โดย โอลิมปิกที่ ปารีส ถูกขับเคลื่อนโดยภาคเอกชนเป็นหลัก แตกต่างจากโอลิมปิกก่อนหน้านี้ ที่หลายประเทศขับเคลื่อนโดยรัฐบาล ซึ่งหากที่ปารีสประสบความสำเร็จไม่ขาดทุน ตรงนี้อาจเป็นโมเดลให้เจ้าภาพหาภาคเอกชนมามีส่วนร่วม โดยเฉพาะการหารายได้จากการแข่งขันรวมถึงรายจ่ายที่เอกชนจะเข้ามารับผิดชอบเกือบทั้งหมด
อีกส่วนหนึ่งคือ ที่ฝรั่งเศส มีทุกอย่างครบเกือบหมดแล้วไม่ต้องสร้างใหม่ เต็มที่แต่ปรับปรุงสนามการแข่งขัน ปรับภูมิทัศน์การเดินทาง ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปมาก ตรงนีอาจเป็นส่วนที่ช่วยให้ ปารีส เกมส์ ไม่มีการขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีของการจัดโอลิมปิก







