
คณบดีศึกษาศาสตร์ มศว. จี้ปรับหลักสูตร สอนเด็กเอาตัวรอดน้ำท่วม
คณบดีศึกษาศาสตร์ มศว. เสนอ ศธ. ปรับหลักสูตรรับมือภัยพิบัติ เน้นทักษะเอาชีวิตรอดจากน้ำท่วม แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างจิตอาสาช่วยชุมชน
KEY
POINTS
- ปรับหลักสูตรรับภัยพิบัติ: เสนอ สพฐ. ปรับการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่
- สร้างทักษะเอาชีวิตรอด: พัฒนาความฉลาดรู้ด้านภัยพิบัติ และความสามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง
- ปลูกฝังจิตอาสา: ส่งเสริมให้นักเรียนร่วมมือกับชุมชนรับมือวิกฤตน้ำท่วมอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
มศว. ชี้วิกฤตน้ำท่วมสะท้อนความจำเป็นต้องปรับหลักสูตร
ผศ. ว่าที่ ร.ต. ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยว่า วิกฤตดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นที่ระบบการศึกษาต้องเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการพัฒนา ความฉลาดรู้ด้านภัยพิบัติ (Disaster Literacy) ควบคู่กับ สมรรถนะการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง (Problem-Solving Competencies) เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และทักษะที่สามารถนำไปใช้เอาชีวิตรอด ปรับตัว และตัดสินใจแก้ปัญหาเมื่อเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม
เสนอ สพฐ. ปรับหลักสูตรตามความเสี่ยงแต่ละพื้นที่
ผศ. ว่าที่ ร.ต. ดร.กิตติคุณ เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ทบทวนและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ รวมถึงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในแต่ละพื้นที่
แนวทางดังกล่าวควรมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะจากสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง โดยเฉพาะการรับมือวิกฤตน้ำท่วม ทั้งการปรับตัว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน
ปลูกฝังจิตอาสา สร้างชุมชนเข้มแข็งรับมือภัยพิบัติ
นอกจากทักษะการเอาชีวิตรอดแล้ว คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว. ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตอาสาและการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการช่วยเหลือสังคม
โดยเสนอให้กระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถร่วมมือกับชุมชนในการแก้ปัญหาที่เกิดจากวิกฤตน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย พร้อมพัฒนาความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการปรับหลักสูตรไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติ แต่ต้องสามารถนำความรู้ไปใช้ดำรงชีวิตในสถานการณ์วิกฤต และมีส่วนร่วมสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถรับมือและแก้ปัญหาภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน







