
18 ปี ThaiPBS ผลาญภาษีบาป 38,000 ล้านบาท กับคำถามที่สังคมจับตา
เปิดงบ 18 ปี ThaiPBS จากเงินภาษีบาป เหล้า-บุหรี่ 38,000 ล้านบาท หลัง สตง.ตั้งคำถามความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ
ThaiPBS กำลังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการใช้งบประมาณ เมื่อแหล่งที่มารายได้ขององค์กรตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ. ศ. 2551 ระบุว่า ให้องค์การมีอำนาจจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ และจัดสรรให้เป็นรายได้ขององค์การ โดยให้มีรายได้สูงสุดปีงบประมาณละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท
กฎหมายดังกล่าวยังให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการปรับเพิ่มรายได้สูงสุดตามมาตรานี้ทุก 3 ปี เพื่อให้องค์การมีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ โดยให้พิจารณาถึงอัตราเงินเฟ้อของปีที่ผ่านมาประกอบกับขอบเขตการดำเนินงานขององค์การที่เปลี่ยนแปลงไปและผลการประเมินการดำเนินงานขององค์การตามมาตรา 50
หากรายได้ขององค์การตามวรรคหนึ่งส่วนที่เกินจากรายได้สูงสุดที่กำหนดไว้ ให้องค์การนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
โพสต์ทูเดย์ หาย้อนข้อมูลรายได้จากภาษีสุราและยาสูบ ที่ให้ ไทยพีบีเอส มาตลอด 18 ปีตั้งแต่ปี 2551-2569 พบว่ามีงบประมาณรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 38,087.60 ล้านบาท
ปี 2551-2561
1,857.06 ล้านบาท
2,038.14 ล้านบาท
2,097.78 ล้านบาท
2,014.17 ล้านบาท
2,069.88 ล้านบาท
2,099.07 ล้านบาท
1,969.32 ล้านบาท
1,991.89 ล้านบาท
1,987.56 ล้านบาท
1,812.22 ล้านบาท
2,058.16 ล้านบาท
ปี 2562-2569
2,143.66 ล้านบาท
1,968.67 ล้านบาท
1,932.14 ล้านบาท
2,090.67 ล้านบาท
1,950.33 ล้านบาท
1,957.11 ล้านบาท
2,049.77 ล้านบาท
2,000 ล้านบาท (คาดการณ์)
หากแยกดูเฉพาะงบประมาณ 2568 ซึ่งประกอบด้วย ภาษีจากเหล้าและบุหรี่ 2,049.77 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินการอื่นๆ รายได้โครงการทีวีดิจิทัล,รายได้จากการสนับสนุน , รายได้จากการให้บริการและทรัพย์สินทางปัญญา และรายได้อื่น รวมแล้วอยู่ที่ 2,665 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้งบประมาณ 4 ด้าน ดังนี้
ด้านยุทธศาสตร์ 1,186.83 ล้านบาท คิดเป็น 44.52% ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.การส่งมอบคุณค่าและจัดสรรทรัพยากรเพื่อสาธารณะอย่างคุ้มค่า 2.สื่อที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจ และ 3.ONE Thai PBS ไทยพีบีเอส เป็นบริการหลัก
ด้านกลไกสนับสนุน งบประมาณ 717.35 ล้านบาท คิดเป็น 26.92% ประกอบด้วย
-บริการโครงข่ายและสิ่งอำนวยความสะดวก 275.69 ล้านบาท
-งานเทคโนโลยีเพื่อการออกอากาศ 153.12 ล้านบาท
-งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 149.32 ล้านบาท
-บริหารทั่วไป 139.22 ล้านบาท
ด้านบุคลากร 755.82 ล้านบาท คิดเป็น 28.36%
และงบฉุกเฉิน 5 ล้านบาท คิดเป็น 0.19 %
สตง.ตั้งคำถามความโปร่งใสการใช้เงิน
ขณะที่เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงข่าวโดย นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ โฆษก สตง. ระบุว่า การตรวจสอบเริ่มจากข้อร้องเรียนและเอกสารภายในของเจ้าหน้าที่ Thai PBS ที่ได้รับเมื่อปลายปี 2568 ก่อนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีคำสั่งให้ตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569
สตง.รายงานข้อสังเกตด้านประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ว่า แม้ภาพรวมองค์กรจะบรรลุตัวชี้วัด แต่ KPI บางส่วนขาดความต่อเนื่อง และเป็นเกณฑ์ที่ผู้บริหารซึ่งดูแลงบประมาณกำหนดขึ้นเอง นอกจากนี้ ยังขาดการวิเคราะห์เชิงลึก การประเมินการเข้าถึงผู้ชมออนไลน์ที่ชัดเจน และแนวทางประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง สตง.ตั้งข้อสังเกตต่อการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงจ้างเอกชนผลิตรายการ เช่น “ข่าวเจาะย่อโลก” โดยเห็นว่าอาจขัดต่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่กำหนดให้เปิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม สตง.ให้เหตุผลว่า Thai PBS มีบุคลากรมากกว่า 1,200 คน พร้อมสตูดิโอและอุปกรณ์สำหรับผลิตรายการเอง
ส่วนค่าตอบแทนพิธีกรและแขกรับเชิญในปี 2568 สตง.ระบุว่าไม่พบระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขอัตราจ่ายที่ชัดเจน และเห็นว่าไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 38 ขณะที่การตรวจสอบประเด็นการใช้รถราชการของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือผู้บริหารยังอยู่ระหว่างสรุปผล
Thai PBS พร้อมรับการตรวจสอบ
ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ และนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. แถลงชี้แจงว่า Thai PBS พร้อมรับการตรวจสอบ แต่ตั้งคำถามถึงการเผยแพร่เอกสารตรวจสอบที่หลุดไปถึงสื่อบางแห่งก่อนการแถลงอย่างเป็นทางการ
ผู้บริหารยังตั้งข้อสังเกตว่า สตง.เปิดโอกาสให้ Thai PBS ชี้แจงในประเด็นผลสัมฤทธิ์ แต่ในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างและค่าตอบแทนกลับปิดการตรวจสอบโดยไม่ได้เปิดโอกาสให้องค์กรชี้แจงหรือส่งหลักฐานเพิ่มเติม
รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ระบุด้วยว่า การตรวจสอบควรรับฟังข้อมูลรอบด้านและคำนึงถึงแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมสื่อ โดยชี้ว่า Thai PBS จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. ปี 2551 เพื่อทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรหรือแข่งขันด้านเรตติ้งเหมือนสถานีโทรทัศน์เชิงพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ เพื่อปรับแหล่งเงินสนับสนุนของ 4 หน่วยงาน รวมถึง Thai PBS จากเงินภาษีสุราและยาสูบราว 2,000 ล้านบาทต่อปี เข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ จนทำให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นงบประมาณดังกล่าวเกิดขึ้นในวงกว้างรวมถึงการตรวจสอบของ สตง.







