
"ผอ.สุวรรณภูมิ" อัปเดต AOT เร่งช่วยการบินไทยจัดการกระเป๋าตกค้างกว่า 5,000 ใบ
ผอ.สนามบินสุวรรณภูมิ อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด AOTเร่งช่วยการบินไทยจัดการกระเป๋าตกค้างกว่า 5,000 ใบ ยันภาพกระเป๋ากองล้นออกมาด้านนอก เป็นการจัดพื้นที่
กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" ทางช่องเนชั่นทีวีว่า ปัญหาสัมภาระตกค้างเริ่มคลี่คลายแล้วตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569
หลังจาก ทอท. (AOT) ทราบสาเหตุว่าพนักงานของการบินไทยไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ จึงเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่สนามบิน ทั้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เข้าสนับสนุนการคัดแยกสัมภาระอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ ทางสนามบินจำเป็นต้องปิดสายพานรับกระเป๋าหมายเลข 5, 6 และ 7 ชั่วคราว เพื่อกันไว้เป็นพื้นที่สำหรับคัดแยกสัมภาระตกค้างทั้งหมดตามขนาดและเที่ยวบิน
ส่วนกรณีภาพกองกระเป๋าจำนวนมากบริเวณด้านนอกที่มีการเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียนั้น ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า
เป็นการจัดระเบียบของเจ้าหน้าที่ โดยนำสัมภาระออกมาจัดเรียงไว้ด้านนอกเพื่อลดความแออัด ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถค้นหาและรับกระเป๋าคืนได้ง่ายยิ่งขึ้น
AOT ร่วมหารือการบินไทย เร่งจัดการกระเป๋าสัมภาระตกค้างกว่า 5,000 ใบ
จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้างสะสมกว่า 5,000 ใบ เบื้องต้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้เข้าช่วยเหลือโดยเคลื่อนย้ายกระเป๋าที่ยังไม่มีผู้แสดงตนรับ ไปจัดเก็บไว้ที่อาคาร OPC ของการบินไทย เพื่อลดความแออัดและบริหารจัดการพื้นที่ภายในสนามบิน
ล่าสุด AOT ได้หารือร่วมกับการบินไทยเพื่อปรับแนวทางการทำงานใหม่ โดยได้ข้อสรุปว่า การบินไทยจะกลับมาเป็นผู้ดูแลกระเป๋าสัมภาระของสายการบินลูกค้าตามปกติ เนื่องจากทางสนามบินไม่มีฐานข้อมูลผู้โดยสารและข้อมูลเที่ยวบินต่อเครื่องของสายการบินอื่น
อย่างไรก็ตาม AOT จะยังคงจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยสนับสนุนกำลังคนในการคัดแยกกระเป๋า แต่ในส่วนของการจัดการระบบข้อมูลและการกำกับดูแลภาพรวมทั้งหมด จะอยู่ในความรับผิดชอบของการบินไทยโดยตรง
ผู้โดยสารตกค้างนับพัน หลังการบินไทยยกเลิก 75 เที่ยวบิน
ปัญหาขาดแคลนบุคลากรจากน้ำท่วมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้การบินไทยจำเป็นต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินถึง 75 เที่ยวบิน สร้างความวุ่นวายบริเวณพื้นที่รอต่อเครื่อง (Transit) เนื่องจากผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางต่อได้ตามกำหนด
ล่าสุดพบผู้โดยสารตกค้างสะสมกว่า 1,000 คน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงประสานความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำอาหารและน้ำดื่มเข้าแจกจ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นระหว่างรอการจัดสรรเที่ยวบินใหม่
พร้อมกันนี้ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เชิญผู้บริหารการบินไทยลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์จริง และเสนอให้พิจารณายกเลิกเฉพาะเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารต่อเครื่องน้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้เดินทางให้น้อยลง
วิกฤตคลังสินค้าและบริการอาหารบนเที่ยวบิน
วิกฤตครั้งนี้ยังลุกลามไปถึงภาคการนำเข้าและส่งออกของประเทศ สินค้าคาร์โก้จำนวนมากตกค้างอยู่บนพาเลทและรถลากนานกว่า 2 วัน เนื่องจากขาดแคลนพนักงานขนถ่ายและอุปกรณ์ไม่เพียงพอ
ส่งผลให้การบินไทยต้องประกาศงดรับสินค้าชั่วคราว ล่าสุด กองทัพบกได้นำรถ GMC เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการรับส่งพนักงาน เพื่อเร่งระดมกำลังคนเข้ามาจัดการระบายสินค้าที่ตกค้างแล้ว
ขณะเดียวกัน ฝ่ายครัวการบินก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน เนื่องจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์การให้บริการอาหารร้อนบนเที่ยวบินจะค่อย ๆ คลี่คลายลง หลังจากเริ่มมีการจัดรถรับส่งพนักงานเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการบริหารจัดการพนักงานในช่วงวิกฤตน้ำท่วม ว่าเหตุใดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงไม่มีปัญหาพนักงานขาดงาน ในขณะที่การบินไทยกลับไม่สามารถรับมือกับปัญหาพนักงานเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้
ผอ.กิตติพงศ์ ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิเปิดปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง พนักงานหลายส่วน เช่น แม่บ้าน และเจ้าหน้าที่ รปภ. ต่างทุ่มเทฝ่ากระแสน้ำที่สูงถึงระดับเอวหรือหน้าอกเพื่อมาทำงาน
ทางสนามบินจึงแก้ปัญหาด้วยการจัดเตรียมพื้นที่พักค้างคืนไว้รองรับสำหรับพนักงานที่ไม่สามารถเดินทางกลับที่พักได้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนสาเหตุที่การบินไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้นั้น ผอ.กิตติพงศ์ ระบุว่า ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดว่าเกิดปัญหาใดขึ้นเป็นการภายใน
แต่สังเกตเห็นผู้บริหารของการบินไทยเข้ามาประจำการที่สนามบินตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. 2569 และพยายามสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่แล้ว ทว่าก็ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรหน้างานอยู่







