posttoday
วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

30 กันยายน 2569

อดีตองค์กรอิสระและ กกต. เสียงข้างน้อยตั้งคำถามสอบคดีฮั้ว สว. ล่าช้า เสนอส่งศาลฎีกาและร้องผู้ตรวจการแผ่นดินถึงศาลรัฐธรรมนูญ

KEY

POINTS

  • กกต. เสียงข้างน้อยเปิดเผยปัญหาการสอบสวนและมติไม่รับหลักฐานจาก DSI ขณะที่อดีต กกต. ตั้งคำถามถึงการตรวจสอบขบวนการจัดตั้ง
  • จรัญเสนอร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 โดยประเมินว่าอาจเร็วกว่าช่องทางอื่น
  • วัสและวิชาย้ำเกณฑ์ “มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้” เพื่อส่งศาลฎีกา พร้อมเสนอช่องทางตรวจสอบและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 30กันยายน 2569 สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจัดเสวนา “คดีฮั้ว สว. เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ภายใต้โครงการราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 13 โดยผู้ร่วมเสวนาตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 และเสนอช่องทางกฎหมายเพื่อคลี่คลายข้อกล่าวหา ตั้งแต่การส่งศาลฎีกาจนถึงการร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ประเด็นหลักของเวทีครอบคลุมทั้งการรวบรวมพยานหลักฐาน ช่องโหว่ของระบบเลือกกันเองและเลือกไขว้ ตลอดจนผลกระทบต่อบทบาทของวุฒิสภาในการตรวจสอบอำนาจรัฐและเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ

 

สิทธิโชติเปิดปัญหาสอบสวน–มติไม่รับหลักฐาน DSI

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง และอดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เปิดเผยว่า กระบวนการเลือก สว. มีปัญหาตั้งแต่การรับสมัครใน 20 กลุ่มอาชีพ โดยรอบเลือกระดับประเทศ เจ้าหน้าที่ตรวจพบสิ่งที่เรียกว่า “โพยฮั้ว” จำนวนมาก จนต้องพิมพ์ใบแนะนำตัว หรือ สว. 3 ใหม่ทั้งหมดสำหรับรอบบ่ายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

 

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 

นายสิทธิโชติกล่าวว่า กกต. ตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 หลังยกคำร้องในระดับอำเภอทั้งหมด เพราะพยานหลักฐานไปไม่ถึง ต่อมาได้ขอความช่วยเหลือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และตำรวจ แต่กระบวนการล่าช้า ซึ่งเขาระบุว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาการเมืองและข้อสงสัยเรื่องความเป็นกลาง ก่อน กกต. จะดึงสำนวนกลับมาสอบใหม่ทั้งหมด

นายสิทธิโชติ ยังเปิดเผยว่า กกต. มีมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ไม่รับสำนวนและเอกสารจาก DSI ซึ่งประกอบด้วยหลักฐานเส้นทางการเงินและข้อมูลการโทรศัพท์เกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาประมาณ 8 คน โดยให้เหตุผลว่าสำนวนยังมาไม่ถึง กกต. ขณะที่เขาลงมติคัดค้าน เพราะเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวจะช่วยรวบรวมพยานหลักฐานได้

 

โคทมชี้ต้องตรวจขบวนการจัดตั้งทั้งระบบ

 

รศ.โคทม อารียา อดีตกรรมการการเลือกตั้งยุคแรก ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการตรวจสอบปัจจุบันล่าช้าและมองข้ามลักษณะของขบวนการจัดตั้ง พร้อมชี้ปัญหาโครงสร้าง 3 ประการ ได้แก่ ระบบเลือกที่ซับซ้อน ผู้สมัครที่มีประสบการณ์จริงตามรัฐธรรมนูญมีน้อยจนเปิดช่องให้จัดตั้ง และการขาดการจับตาขบวนการขนคนมาสมัคร

 

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 

รศ.โคทม เรียกกรณีนี้ว่า “คดีอุกฉกรรจ์ทางการเมือง” โดยระบุว่า ฝ่ายการเมืองยึดสภาสูงไปถึง 61% ซึ่งเขาเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใด กกต. จึงไม่เร่งใช้มาตรา 62 แห่งกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

 

รศ.โคทม เสนอให้ใช้ปัญหาครั้งนี้เป็นโอกาสปฏิรูปวุฒิสภา เพื่อแก้ช่องโหว่ของกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาสูง

 

จรัญเสนอร้องผู้ตรวจการแผ่นดินถึงศาลรัฐธรรมนูญ 

 

ศ.(พิเศษ) จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เห็นว่า ปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่การวางระบบเลือก สว. ซึ่งเขามองว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะที่การดำเนินคดีผ่านศาลฎีกาหรือคดีอาญาอาจใช้เวลา 3–5 ปี

 

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 

ศ.(พิเศษ) จรัญ จึงเสนอให้ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กระบวนการเลือก สว. ปี 2567 ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107, 215 และ 224 หรือไม่ โดยตั้งประเด็นให้ตรวจสอบว่า กกต. จัดการเลือกอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่

 

ศ.(พิเศษ) จรัญ ประเมินว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง อาจใช้เวลาพิจารณา 6–9 เดือน และหากวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้ สว. ทั้ง 200 คนพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ เป็นข้อเสนอและการประเมินของเขาต่อผลที่อาจเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่า การปลุกระดมมวลชนลงถนนไม่ใช่ทางออกตามระบอบประชาธิปไตย

วัสเปิด 6 ช่องทางกฎหมายตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง 

นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า กกต. ต้องทำหน้าที่อย่างสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ โดยตามมาตรา 62 หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ กกต. ต้องส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา

 

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 

นายวัสเสนอช่องทางดำเนินการ 6 ทาง ได้แก่ ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาผ่าน กกต. หรือผู้สมัครยื่นคำร้อง ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ดำเนินคดีอาญาต่อ กกต. และผู้สมัคร ยื่นร้องต่อศาลปกครอง และร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

วิชาย้ำเกณฑ์ส่งศาลฎีกา ห่วงกระทบกลไกตรวจสอบ

 

ศ.(พิเศษ) วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การฮั้วทางการเมืองเป็นการร่วมกันวางแผนจัดตั้งและล็อกผลลัพธ์เพื่อเอาเปรียบผู้อื่น โดยระบบเลือกกันเองและเลือกไขว้เปิดช่องให้เกิดการจ้างสมัครเพื่อบล็อกโหวต การนัดแนะจัดเลี้ยง และการใช้โพย

 

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ศ.(พิเศษ) วิชา เห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเปิดทางให้กลุ่มทุนและพรรคการเมืองครอบงำสภาสูง ซึ่งอาจกระทบกลไกตรวจสอบของประเทศ รวมถึงการลงมติเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ

 

ศ.(พิเศษ) วิชาย้ำว่า การพิจารณาของ กกต. เพื่อส่งเรื่องต่อศาลฎีกาไม่ใช่การตัดสินคดีอาญา จึงไม่ต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัย แต่ใช้เกณฑ์ “มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” พร้อมเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาภายใน 3 เดือน เพราะเห็นว่าการปล่อยให้ระบบเช่นนี้ดำรงอยู่จะกระทบระบอบประชาธิปไตย

 

วงเสวนาจี้เร่งคดีฮั้ว สว. เสนอร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ข้อเสนอจากเวทีจึงมุ่งให้เร่งตรวจสอบทั้งพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องและโครงสร้างการเลือก สว. โดยใช้ช่องทางกฎหมายที่ผู้ร่วมเสวนาเสนอ ส่วนผลต่อสถานะของสมาชิกวุฒิสภาจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาขององค์กรและศาลที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

แหล่งที่มา : สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (คลิก)

ข่าวล่าสุด

รู้จัก "ธนาคารชีวภาพแห่งชาติ" เก็บเลือดทารกกว่า 6 ล้านตัวอย่างเพื่องานวิจัยทางการแพทย์

รู้จัก "ธนาคารชีวภาพแห่งชาติ" เก็บเลือดทารกกว่า 6 ล้านตัวอย่างเพื่องานวิจัยทางการแพทย์