
เมื่อดาวเทียมมองไม่เห็นคน ข้อสังเกตนักวิชาการต่อแผนที่น้ำท่วม
เปิดข้อสังเกตแผนที่น้ำท่วม GISTDA เมื่อพื้นที่จริงไม่ตรงกับดาวเทียม หวั่นส่งผลต่อการวิเคราะห์ ประเมิน และจัดสรรทรัพยากรช่วยเหลือประชาชน
นายศศิน เฉลิมลาภ นักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งข้อสังเกตเชิงวิชาการต่อการจัดทำแผนที่พื้นที่น้ำท่วมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) โดยระบุว่าข้อมูลที่ปรากฏอาจมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในพื้นที่
เนื่องจากพบว่าพื้นที่ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมขังจริง เช่น ชุมชนนอกคันกั้นน้ำในอำเภอบางบาล อำเภอเสนา และอำเภอบางปะหัน กลับไม่ปรากฏเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยบนแผนที่ ในทางกลับกันพื้นที่เกษตรกรรมจำนวนมากที่มีน้ำขังตามธรรมชาติหรือน้ำทำนา กลับถูกจำแนกให้เป็นพื้นที่น้ำท่วมแทน
ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิค แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประเมินสถานการณ์ระดับประเทศ เพราะหากการวิเคราะห์ขนาดและตำแหน่งของปัญหาผิดพลาด ย่อมนำไปสู่ความเสี่ยงในการจัดสรรทรัพยากรของภาครัฐที่อาจไม่ตรงกับจุดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ในเชิงวิชาการด้านการสำรวจระยะไกล แม้เทคโนโลยีดาวเทียมจะมีประสิทธิภาพสูง แต่โดยทั่วไปมักมีค่าความคลาดเคลื่อนจากการจำแนกประเภทข้อมูล (Classification Error) ในระดับสากลราว 5 - 15% ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ซึ่งอธิบายได้ถึงข้อจำกัดของเครื่องมือ
ดังนั้น กระบวนการประเมินความถูกต้อง (Accuracy Assessment) และการตรวจสอบข้อผิดพลาด ทั้งกรณีที่ระบบระบุว่าท่วมทั้งที่ไม่ท่วม (Commission Error) และไม่ท่วมทั้งที่ท่วมจริง (Omission Error) จึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้
เพื่อสร้างความชัดเจนในประเด็นนี้ จึงได้มีการทำหนังสือสอบถามไปยังผู้อำนวยการ GISTDA เพื่อขอความกระจ่างเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิเคราะห์ข้อมูลและการตรวจสอบสภาพความเป็นจริง
เป้าหมายในครั้งนี้ไม่ใช่การจับผิดหน่วยงาน แต่เป็นการร่วมกันบูรณาการข้อมูลให้มีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้แผนที่ภัยพิบัติสามารถใช้เป็นเครื่องมือที่สะท้อนถึงผู้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้อย่างแท้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ







