
เปิดระบบทำลายของปลอม ยาอันตราย 2 ล้านชิ้น ใช้เตาเฉพาะทางคุมมลพิษ
BWG–AKP รับกำจัดของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่า 2,145 ล้านบาท แยกบดทำลายและเผาอุณหภูมิสูง
KEY
POINTS
- หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมกันทำลายของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า 2 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 2,145 ล้านบาท
- สินค้าอันตราย เช่น ยาปลอมและเวชภัณฑ์ ถูกกำจัดด้วยเตาเผาอุณหภูมิสูง 1,000-1,200 องศาเซลเซียส ที่มีระบบควบคุมมลพิษ
- สินค้าทั่วไปที่ไม่เป็นอันตรายจะถูกนำไปบดทำลายและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG และบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP จัดการทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ประจำปี 2569
พิธีจัดขึ้นที่ลานฝึกย่อย นศท. ปตอ. 1 พัน. 7 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี
สำหรับของกลางที่นำมาทำลายในปี 2569 มีทั้งหมด 2,085,705 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 36.45%
ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า กระเป๋า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่ยานยนต์ รวมถึงสินค้าอ่อนไหว เช่น ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางปลอม
กลุ่ม BWG และบริษัทในเครือได้รับมอบหมายให้ดำเนินการกำจัดของกลาง โดยใช้ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 และแยกวิธีการกำจัดตามประเภทของสินค้า
สำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่เป็นอันตราย เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และอุปกรณ์ตกแต่ง จะถูกส่งไปยังศูนย์พลังงานทดแทน นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
เพื่อบดอัดและตัดย่อยให้หมดสภาพ ป้องกันการนำชิ้นส่วนกลับไปดัดแปลงหรือหมุนเวียนใช้ซ้ำ ก่อนนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม (RDF) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า
นายอัครวิทย์ ขันธ์แก้ว รองประธานกรรมการ BWG กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
กระบวนการบดและตัดทำลายที่ศูนย์นครหลวงมีระบบควบคุมและบันทึกภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าของกลางถูกทำลายจนหมดสภาพ ก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็น RDF
ขณะที่ นายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC กล่าวว่า
การนำ RDF ที่ได้จากการแปรรูปของกลางไปผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าของบริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งอยู่ในเครือ ETC เป็นการนำของเสียมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการผลิตพลังงานหมุนเวียน
ส่วนของกลางที่เป็นสารเคมี ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางปลอม ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ จะถูกส่งไปกำจัดที่ศูนย์บริหารการกำจัดกากอุตสาหกรรมด้วยเตาเผาอุณหภูมิสูงของ AKP ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ
กระบวนการดังกล่าวใช้เตาเผาที่ควบคุมอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 - 1,200 องศาเซลเซียส พร้อมระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ และระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง (CEMS) เพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษจากกระบวนการเผา
นายวันชัย เหลืองวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ AKP กล่าวว่า ยาและเครื่องสำอางปลอมถือเป็นของเสียอันตรายที่ไม่สามารถกำจัดด้วยวิธีทั่วไปได้
จึงต้องใช้เตาเผาเฉพาะทางและระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสม เพื่อให้กระบวนการกำจัดมีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกกลไกในการจัดการของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว โดยแยกการกำจัดตามระดับความเสี่ยงของสินค้า ตั้งแต่การบดทำลายและนำไปผลิตเป็น RDF ไปจนถึงการเผาทำลายของเสียอันตรายด้วยระบบเฉพาะทาง







