
CIB ขยายผลเส้นทางเงินเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ 92 ล้านบาท
กองปราบฯ เร่งตรวจบัญชีและทรัพย์สินเชื่อมโยง หลังจับเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์กับหญิงคนสนิท คดีเบียดบังเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์พร้อมหญิงคนสนิท ในข้อหาเบียดบังเงินวัดมูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท
- การสืบสวนพบว่ามีการออกใบอนุโมทนาบัตรโดยมิชอบนานกว่า 2 ปี แล้วโอนเงินให้หญิงคนสนิทนำไปฟอกเงินและอำพรางทรัพย์สิน
- เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมย้อนหลัง เพื่อติดตามทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดและหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เร่งขยายผลเส้นทางการเงินและตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง หลังจับ “พระวชิรญาณ วิ.” หรือ “หลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร” พระราชาคณะและเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมหญิงคนสนิท เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กันยายน 2569 ในคดีเบียดบังเงินวัดมูลค่ากว่า 92 ล้านบาท
เมื่อเวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามนำกำลังเข้าควบคุมตัวพระวชิรญาณภายในกุฏิ พร้อมตรวจค้นพื้นที่เพื่อรวบรวมเอกสาร บัญชีธนาคาร และหลักฐานทางการเงิน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม
การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และการสมคบร่วมกันฟอกเงิน
แนวทางสืบสวนของกองปราบปรามระบุว่า ในช่วงเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบมากกว่า 20 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท ตำรวจเชื่อว่าเงินบางส่วนถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก่อนส่งต่อให้หญิงคนสนิทนำไปแปลงสภาพและอำพรางไว้ในชื่อบุคคลอื่น
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าบัญชีของหญิงคนดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนระดับหลายสิบล้านบาทต่อปี จึงเตรียมตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลัง ที่มาของเงิน ผู้รับโอน และทรัพย์สินที่อาจได้มาจากเงินของวัด เพื่อพิจารณายึดหรืออายัดตามขั้นตอนของกฎหมาย
นอกจากหลักฐานด้านการเงินแล้ว ตำรวจยังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ ซึ่งปรากฏภาพพระวชิรญาณมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับหญิงคนสนิท รวมถึงภาพที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าแสดงพฤติการณ์เสพเมถุน โดยนำมาใช้ประกอบการสอบสวนร่วมกับพยานหลักฐานอื่น
หลังจากนี้ กองปราบปรามจะขยายผลไปยังบุคคล บัญชีธนาคาร และทรัพย์สินรายการอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะที่ผู้ต้องหายังมีสิทธิต่อสู้คดี และถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด







