posttoday
ยืน3  ศาลฎีกาประหารชีวิต 5 แก๊งค้ายา ของกลาง 5.2 ล้านเม็ด

ยืน3 ศาลฎีกาประหารชีวิต 5 แก๊งค้ายา ของกลาง 5.2 ล้านเม็ด

07 กันยายน 2569

​ศาลฎีกาพิพากษายืนประหารชีวิต 5 จำเลย ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดของกลางยาบ้า 5.2 ล้านเม็ด พร้อมอายัดทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท ชี้เป็นภัยร้ายแรงกระทบความมั่นคงชาติ

7 ก.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่พนักงานอัยการคดียาเสพติดเป็นยื่นฟ้อง น.ส.ปิยะฉัตร วัชรดิลก ,นายกฤติพงศ์ อุเทนสุด นายอัมพร หีมหมัน ,นายสมบูรณ์ นิติอมรรัตน์ และ นายกรกช กันทะใจ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สนับสนุน ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สมคมโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ และร่วมกันฟอกเงิน 

 

จากกรณีที่ตำรวจ บช.ปส.เข้าจับกุม กลุ่มการเงินเครือข่ายยาเสพติดชายแดนไทย-เมียนมา-สปป.ลาว เมื่อปี 2562 พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดิน 4 หลัง มูลค่าประมาณ 76 ล้านบาท, คอนโดฯ 2 แห่ง มูลค่าประมาณ 3.3 ล้านบาท, รถยนต์ 3 คัน เช่น รถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด ปอร์เช่ พานาเมร่า รถเบนซ์ 220D และรถจักรยานยนต์ 4 คัน ยี่ห้อฮาเลย์ฯ และฮอนด้า NSX มูลค่าประมาณ 2.2 ล้านบาท, ทรัพย์สินอื่นๆ ประมาณ 5 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 100 ล้านบาท จับกุมที่ โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ถ.รัชดา-รามอินทรา กทม.

 

 หลังจำเลยทั้ง 5 วางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการจัดหายาเสพติดและลำเลียงยาเสพติด จำเลยที่ 1 ทำหน้าที่รับ เก็บรักษายาเสพติด นำยาเสพติดไปให้ผู้ที่ต้องการยาเสพติด มีจำเลยที่ 2 และ 3 ทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 และทำธุรกรรมทางการเงิน ส่วนจำเลยที่ 4 และ 5 ช่วยเหลือสนับสนุน โดยนำเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดไปดำเนินกิจการซื้อขายรถยนต์ที่เมียนมา เพื่อเป็นการซุกซ่อนและปกปิดแหล่งที่มาอันเป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

ชั้นพิจารณาคดี จำเลยทั้ง 5 ให้การปฏิเสธ

 

 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1-5 กระทำความผิดตามฟ้อง ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้ง 5 ราย

 

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน 

 

จำเลยที่ 2-5 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา 

ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อเดือนก.พ. 2557 ผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดที่ยังหลบหนีและไม่ได้นำตัวมาฟ้องร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 รวม 5.2 ล้านเม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาจึงให้ลงโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ 

 

มีปัญหาวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2-5 ทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ 

 

เห็นว่า จำเลยที่ 2 และ 3 พยานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าสมคบกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนจำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฟอกเงิน จำเลยที่ 5 เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินค้ายาเสพติดจากจำเลยที่ 1 เป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่และพยายามปิดบังเส้นทางการเงิน เป็นการกระทำความผิดมูลฐานปกป้องแหล่งที่มาของทรัพย์สิน 

 

ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 2-5 ฟังไม่ขึ้น 

 

จำเลยทั้ง 5 สมคบกับผู้ต้องหาที่หลบหนีร่วมกันมียาเสพติดเมตแอมเฟตามีน 5.2 ล้านเม็ดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย หากแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาอาชญากรรม และทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ถือเป็นภัยร้ายแรงทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 5 กระทำความผิดเป็นกรรมเดียวมีความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายเมตแอมเฟตามีนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ลงโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข่าวล่าสุด

ธุรกิจตั้งใหม่พุ่ง 6 หมื่นรายใน 8 เดือน ร้านอาหาร-ขายออนไลน์โตแรง

ธุรกิจตั้งใหม่พุ่ง 6 หมื่นรายใน 8 เดือน ร้านอาหาร-ขายออนไลน์โตแรง