
จ่อใช้ “Traffy Fondue” เฝ้าระวังโรคเรือนจำทั่วประเทศ แจ้งช้าเกิน 72 ชม. ถึงส่วนกลางทันที
สธ.จับมือ ยธ.-สวทช. เตรียมนำ “Traffy Fondue” ใช้เฝ้าระวังโรคในเรือนจำทั่วประเทศ หวังสกัดการระบาดก่อนลุกลาม หลังปี 2568 พบการระบาดในเรือนจำถึง 91 เหตุการณ์
สธ.จับมือ ยธ.-สวทช. เตรียมนำ “Traffy Fondue” ใช้เฝ้าระวังโรคในเรือนจำทั่วประเทศ เชื่อมข้อมูลแบบ Real-time ตั้งระบบ Alert หากสอบสวนโรคล่าช้าเกิน 72 ชั่วโมง ข้อมูลส่งตรงถึงส่วนกลางและผู้บริหารกรมควบคุมโรค หวังสกัดการระบาดก่อนลุกลาม หลังปี 2568 พบการระบาดในเรือนจำถึง 91 เหตุการณ์ ป่วยไข้หวัดใหญ่เกือบ 7,000 ราย คาดเริ่มใช้ปี 2570
วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการแถลงข่าวความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในเรือนจำ ผ่านแอปพลิเคชัน “Traffy Fondue” โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมแถลงข่าว
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการนำ Traffy Fondue ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาปรับใช้เป็นระบบเฉพาะสำหรับเรือนจำ เพื่อให้การแจ้งเหตุ การติดตามสถานการณ์ และการส่งต่อข้อมูลโรคติดต่อระหว่างเรือนจำกับหน่วยงานสาธารณสุขทำได้รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวได้ในปี 2570
ปีเดียวเรือนจำพบระบาด 91 เหตุการณ์
นายพัฒนา กล่าวว่า เรือนจำเป็นพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญด้านความมั่นคงทางสุขภาพ เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากอาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่จำกัด ขณะเดียวกันยังมีการหมุนเวียนของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และญาติที่เข้าเยี่ยม หากเกิดโรคติดต่อขึ้นจึงไม่ได้มีความเสี่ยงเฉพาะภายในเรือนจำ แต่มีโอกาสแพร่กระจายออกสู่ชุมชนภายนอกได้
ข้อมูลกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปี 2568 พบเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำทั่วประเทศรวม 91 เหตุการณ์ โดยโรคที่พบมากที่สุดคือ
- ไข้หวัดใหญ่ 50 เหตุการณ์ ผู้ป่วย 6,795 ราย
- โควิด-19 จำนวน 18 เหตุการณ์ ผู้ป่วย 1,960 ราย
- อาหารเป็นพิษ/อุจจาระร่วง 7 เหตุการณ์ ผู้ป่วย 1,869 ราย
นอกจากนี้ยังพบการระบาดของไข้กาฬหลังแอ่น ปอดอักเสบ สุกใส หิด และตาแดงด้วย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ความเร็วในการพบสัญญาณผิดปกติและเข้าสอบสวนโรคมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากปล่อยให้โรคแพร่กระจายในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก การควบคุมในภายหลังจะทำได้ยากขึ้น
สอบสวนโรคช้าเกิน 72 ชั่วโมง ระบบแจ้งถึงส่วนกลาง
สำหรับ Traffy Fondue เวอร์ชันเรือนจำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นช่องทาง “แจ้งเหตุ” แต่จะมีระบบ Alert และระบบยกระดับการแจ้งเตือน โดยหากมีเหตุการณ์ที่เข้าสู่ระบบแล้ว การสอบสวนโรคล่าช้าเกิน 72 ชั่วโมง ข้อมูลจะถูกยกระดับส่งไปยังส่วนกลางและผู้บริหารกรมควบคุมโรค เพื่อให้สามารถติดตามและสั่งการได้ทันสถานการณ์
นายพัฒนาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จุดสำคัญของระบบคือการทำให้ข้อมูลการระบาดถูกส่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วและทำให้ผู้เกี่ยวข้องมองเห็นสถานการณ์เดียวกัน เมื่อพบสัญญาณการระบาด ผู้บริหารจึงสามารถประเมินได้ทันทีว่าพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือด้านใด และสามารถระดมการสนับสนุนจากโรงพยาบาล บุคลากร ยา หรืออุปกรณ์จากพื้นที่อื่นเข้าไปช่วยควบคุมสถานการณ์ได้เร็วขึ้น
หัวใจจึงอยู่ที่การเปลี่ยนจากระบบที่ต้องรอรายงานเป็นทอดๆ ไปสู่การเห็นข้อมูลและตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ใกล้เคียง Real-time โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ซึ่งการเข้าควบคุมตั้งแต่พบผู้ป่วยจำนวนน้อย สามารถลดโอกาสที่เหตุการณ์จะขยายวงไปสู่ผู้ป่วยจำนวนมากได้
ไม่ใช่แค่แอปแจ้งปัญหา แต่ให้ทุกหน่วยเห็น “ข้อมูลชุดเดียวกัน”
ด้าน ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. กล่าวว่า การนำ Traffy Fondue มาใช้ในเรือนจำแตกต่างจากภาพที่ประชาชนคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มในฐานะช่องทางแจ้งปัญหาเมือง เพราะระบบสำหรับเรือนจำจะถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการภัยสุขภาพที่เชื่อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
ระบบจะทำให้หน่วยงานสามารถรับรู้และติดตามสถานการณ์ รวมถึงจัดการเหตุการณ์ร่วมกันบน “ข้อมูลชุดเดียวกัน” มีข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจตั้งแต่เริ่มรับแจ้ง การติดตามการดำเนินงาน ไปจนถึงการยุติเหตุการณ์ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายหรือแต่ละหน่วยงานได้รับข้อมูลไม่พร้อมกัน
การออกแบบระบบยังต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะของเรือนจำ โดยข้อมูลด้านสุขภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบตามลำดับ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในการควบคุมโรคได้ ขณะเดียวกันต้องรักษาข้อจำกัดด้านข้อมูลและความปลอดภัยของเรือนจำ
ยธ.ย้ำ “ผู้ต้องขังยังมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพ”
พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การดูแลสุขภาพผู้ต้องขังต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน แม้บุคคลจะถูกจำกัดอิสรภาพตามกฎหมาย แต่สิทธิในการได้รับการดูแลสุขภาพและเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานยังเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม
Traffy Fondue สำหรับเรือนจำจึงถูกออกแบบให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งสำหรับผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ และช่วยลดความสูญเสียจากโรคและภัยสุขภาพ
ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและ ยังไม่ได้เปิดใช้งานในเรือนจำทั่วประเทศในขณะนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ตั้งเป้าเริ่มเปิดใช้ฟังก์ชันสำหรับเรือนจำในปี 2570 ก่อนนำข้อมูลจากระบบมาใช้ในการเฝ้าระวัง สอบสวน และตอบโต้การระบาดร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง







