
ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์คุมเพลิงได้แล้ว เฝ้าระวังอาคารทรุดตัวพังถล่ม
เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงคลองถมเซ็นเตอร์ได้ในวงจำกัด หลังไฟลามร้านเครื่องเสียง มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย กทม.เฝ้าระวังโครงสร้างเหล็กเสี่ยงพังถล่ม เขตเปิดจุดลงทะเบียน
KEY
POINTS
- เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ได้แล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
- โครงสร้างเหล็กของอาคารได้รับความเสียหายจากความร้อนสูง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวและพังถล่ม
- เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับเพลิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
เจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว เมื่อเวลา 23.13 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 หลังระดมฉีดน้ำนานหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ยังต้องเฝ้าระวังโครงสร้างเหล็กของอาคารที่ทรุดตัวและเสี่ยงพังถล่ม พร้อมรายงานผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 3 ราย
ก่อนหน้านี้ เวลา 22.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พบว่าโครงสร้างเหล็กของอาคารเริ่มทรุดตัวและมีความเสี่ยงยุบตัว เนื่องจากได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานภายในอาคารได้ เพราะอาจเกิดการพังถล่ม
เวลา 22.41 น. มีรายงานผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงสวนมะลิและสามเสน ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลาง ต่อมาเวลา 22.48 น. เพลิงลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียงฝั่งถนนเยาวราช ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเสียงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เบื้องต้นสันนิษฐานว่าต้นเพลิงอยู่บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ร้านค้าที่เก็บสินค้าไว้จำนวนมาก จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงทำให้ไฟลุกลามรวดเร็ว ขณะที่อาคารข้างเคียงมีแบตเตอรี่ สายไฟ อุปกรณ์บลูทูธ และตู้ลำโพง ซึ่งเป็นวัตถุไวไฟและเพิ่มความรุนแรงของเพลิง
การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภายนอกอาคารมีผนังฟาซาดกั้น ทำให้ฉีดน้ำเข้าสู่ตัวอาคารได้ยาก แม้อาคารมีระบบสปริงเกอร์ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้เป็นวงกว้างได้
สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายจัดตั้งจุดรับลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงถนนวรจักร ถนนเจริญกรุง และถนนหลวง เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่และปฏิบัติงานได้สะดวก
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นควัน หากมีอาการระคายเคืองตา ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและสวมหน้ากากอนามัย ขณะที่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ.







