
ศาลอาญาชู ม.161/1 สกัดฟ้องปิดปาก เปิดช่องเหยื่อยื่น Take It Down
ศาลอาญาเดินหน้าคุ้มครองสิทธิประชาชน ใช้ ม.161/1 คัดกรองคดีฟ้องไม่สุจริต พร้อมรับคำร้อง Take It Down และสั่งปิดเว็บกระทบความมั่นคงกว่า 6 แสน URL
นายจีระพัฒน์ พันธุ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผยในกิจกรรมสัมมนาความรู้ทางกฎหมายและระบบการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมแก่สื่อมวลชน ถึงบทบาทของศาลอาญาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการรับมือคดีอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและปัญหาการฟ้องคดีเพื่อปิดปาก หรือ SLAPP
นายจีระพัฒน์ระบุว่า ศาลอาญารับพิจารณาคดีสำคัญจากหลายหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปราม ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นคดีซับซ้อนหรือมีผู้กระทำผิดเป็นขบวนการ
ปัจจุบันศาลอาญามีแผนกคดียาเสพติด แผนกคดีค้ามนุษย์ และแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อรองรับคดีเฉพาะด้าน รวมถึงมีศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน ทำหน้าที่ให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องหา จำเลย และผู้เสียหาย เพื่อให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสิทธิของตนได้บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง
สำหรับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศาลอาญามีบทบาทในการพิจารณาคำร้องเพื่อปิดกั้นเว็บไซต์หรือ URL ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยที่ผ่านมาได้มีการปิดกั้นแล้วมากกว่า 600,000 URL
นอกจากนี้ ผู้เสียหายจากการเผยแพร่ภาพหรือเนื้อหาที่สร้างความเสียหายสามารถยื่นคำร้องตามกลไก “Take It Down” ต่อศาลอาญาได้โดยตรง ปัจจุบันมีการยื่นคำร้องแล้วประมาณ 50-60 คำร้อง
ส่วนปัญหาการฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP นายจีระพัฒน์อธิบายว่า เป็นกรณีที่มีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อสร้างภาระหรือข่มขู่คู่ความ ซึ่งพบได้ทั้งคดีทั่วไป คดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง และคดีหมิ่นประมาทที่มีสื่อมวลชนเป็นจำเลย
ศาลอาญาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 เป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต หากตรวจจากคำฟ้องแล้วเห็นได้ชัดว่ามีลักษณะดังกล่าว ศาลสามารถยกฟ้องได้ตั้งแต่ชั้นตรวจคำฟ้อง
อย่างไรก็ตาม ในบางคดีข้อเท็จจริงเรื่องความไม่สุจริตอาจไม่ปรากฏชัดจากคำฟ้อง ศาลจึงอาจต้องไต่สวนเพิ่มเติม หรือให้เจ้าพนักงานคดีรวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณา รวมถึงพิจารณาว่าการกระทำที่ถูกฟ้องเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่
นายจีระพัฒน์กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันอาจพบการใช้กระบวนการทางกฎหมายฟ้องร้องสื่อที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับกลุ่มทุนสีเทาหรือขบวนการผิดกฎหมาย แม้สื่อจะสามารถต่อสู้คดีได้ แต่การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมย่อมสร้างภาระทั้งด้านเวลาและการรวบรวมพยานหลักฐาน
ทั้งนี้ ศาลต้องรักษาความเป็นกลางในการพิจารณาคดี ไม่สามารถแสดงบทบาทในลักษณะเลือกช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้โดยตรง จึงใช้กลไกของศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงการสื่อสารผ่านทีมโฆษก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเหมาะสม







