
เจาะ 5 มาตรการ Zero Trust สนามบิน ปิดช่องโหว่ลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ
รัฐบาลสั่งรื้อระบบคัดกรองใหม่ทั้งประเทศ ชูมาตรการ "Zero Trust" ไร้ข้อยกเว้น กัปตัน ลูกเรือ และพนักงานทุกคนต้องผ่านด่านตรวจเทียบเท่าผู้โดยสาร
KEY
POINTS
- บังคับใช้หลัก Zero Trust เจ้าหน้าที่สนามบิน กัปตัน และลูกเรือทุกคน ต้องเข้ารับการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระด้วยมาตรฐานเดียวกับผู้โดยสารโดยไม่มีข้อยกเว้น
- เพิ่มความเข้มงวด 5 มิติ ขยายผลการใช้สุนัข K9, เพิ่มการตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่อง, ตรวจประวัติอาชญากรรมพนักงาน, และบูรณาการข่าวกรองระหว่างหน่วยงาน
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ทางการออสเตรเลียควบคุมตัวพนักงานต้อนรับสายการบินของไทย ซึ่งเข้าไปมีส่วนพัวพันกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุด รัฐบาลไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยสนามบินทั่วประเทศ เพื่อล้างบางเครือข่ายอาชญากรรมและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนานาชาติ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความผิดเฉพาะบุคคล แต่เป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลต้องทบทวนและอุดช่องโหว่ในระบบการคัดกรองการเดินทางทางอากาศทั้งหมด
ทางด้านนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รายงานความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรี ภายหลังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรียกประชุมด่วนร่วมกับกรมศุลกากร, สำนักงาน ป.ป.ส., บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันอย่างเด็ดขาด
5 มาตรการด่วนยกระดับความปลอดภัยสนามบิน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ที่ประชุมได้ข้อสรุปในการบังคับใช้ 5 มาตรการหลักอย่างเข้มงวด ดังนี้
1. ใช้หลักการ Zero Trust (ไร้ข้อยกเว้น): กัปตัน ลูกเรือ พนักงานสายการบิน และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกคน ต้องเข้ารับการตรวจค้นสัมภาระและร่างกายภายใต้มาตรฐานเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป
2. ขยายผลการทำงานของสุนัข K9: เพิ่มความถี่ในการนำสุนัข K9 ลงพื้นที่ตรวจค้นทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยพุ่งเป้าไปที่เส้นทางบินหรือช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง
3. เพิ่มด่านตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่อง (Gate Screening): เที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่ประเทศปลายทางที่มีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะตั้งจุดตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่องซ้ำอีกชั้น เพื่อการันตีว่าจะไม่มีสิ่งผิดกฎหมายเล็ดลอดไปกับลูกเรือ ผู้โดยสาร หรือสัมภาระ
4. สแกนประวัติพนักงานเชิงลึก: คุมเข้มการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและการใช้สารเสพติดของพนักงานทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาคารผู้โดยสาร คลังสินค้า และพื้นที่ควบคุม
5. บูรณาการข่าวกรองเต็มรูปแบบ: เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างกระทรวงคมนาคม, กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมศุลกากร, ป.ป.ส. และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า แทนการตั้งรับที่หน้าด่านตรวจเพียงอย่างเดียว
แผนระยะยาว จ่อนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้
สำหรับแผนการในระยะต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมนำเทคโนโลยีมาเสริมทัพการคัดกรอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า (API), เทคโนโลยี Biometrics, ตลอดจนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ก้าวทันกลวิธีใหม่ๆ ของแก๊งลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งทีมปฏิบัติการมั่นใจว่าระบบเหล่านี้จะช่วยป้องปรามและจับกุมผู้กระทำผิดได้ทันท่วงที







