
"อนุทิน" เรียกถกปม โกงข้อสอบท้องถิ่น สั่ง ยกเลิกแม้บรรจุเป็นข้าราชการแล้ว
"นายกฯ" เรียก รมต. - ป.ป.ท. - ป.ป.ช. - ตำรวจ สางปมทุจริตสอบราชการท้องถิ่น ย้ำผลสอบเป็น “ผลไม้พิษ” สั่ง ’มหาดไทย‘ หาวิธียกเลิกผลสอบแม้บรรจุเป็นข้าราชการแล้ว
นายกรัฐมนตรีเรียกถกหน่วยงานปราบทุจริต สั่งกระทรวงมหาดไทยหาวิธียกเลิกผลสอบท้องถิ่นฉาว 4,500 ล้านบาท ย้ำที่มามิชอบคือ "ผลไม้พิษ" ลั่นฟันไม่เลี้ยงถึงระดับบิ๊ก ใครเดือดร้อนไปไล่บี้กันเอง
24 มิ.ย.2569 เวลา 09.13 น. ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การเรียกประชุมกะทันหันดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท จนนำไปสู่คำสั่งโยกย้าย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าช่วยราชการก่อนหน้านี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงแรกของการประชุม ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งใช้เวลากะทันหันมาก เชื่อว่าทุกท่านทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นที่สนใจและกังวลของประชาชน วันนี้จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ท. ฝ่ายปกครอง ป.ป.ช. เพื่อรับฟังที่มาที่ไป และสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคนกระทำผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดที่ผ่านไปแล้ว เพื่อประโยชน์ของการทำทุจริตนี้ ลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่ได้จบที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่มากกว่านั้น ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนหาแนวทางแผนการที่จะดำเนินการต่อไป
ลั่นกระบวนการมิชอบต้องยกเลิก "ใครเดือดร้อนไปไล่บี้กันเอง"
เรื่องการสอบครั้งนี้คงเป็นเรื่องที่ชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว แต่ก็ต้องหาวิธีเพราะในเมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง เพราะจะมาใช้ว่าบรรจุไปแล้ว ประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากพวกเราทุกคนดำเนินการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อยและมีคำพิพากษา และมีการยืนยันที่พิสูจน์ด้วยหลักฐาน
จี้ฟันข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ชี้ทุจริตคือการทำลายชาติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า เพราะฉะนั้นคนที่มาจากกลไกนี้ ก็ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ ซึ่งก็ต้องเล่นแบบนี้ เพราะผมจะไม่รับ ใครที่สนอขึ้นมาแล้วบอกว่าผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แบบนี้ไม่ได้เพราะมันมาจากการกระทำที่ทุจริต แต่อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชม ในฐานะหัวหน้า รัฐบาลก็ขอแสดงความชมเชย ในการดำเนินการของทุกหน่วยงาน ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด และไม่มีการดำเนินการที่รั่วไหลเลย ซึ่งเป็นไปตามเอ็มโอยูที่เราเซ็นกันไว้ ที่จะป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทุจริตทุกรูปแบบ และทุกอย่างก็เก็บเป็นความลับได้ดี
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งตนได้ติดตามดูปฏิบัติการตามสื่อสารมวลชน และทางการรบงานในระบบราชการ ซึ่งก็เห็นว่าทุกคน เข้าไปดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่หวาดหวั่นกับอิทธิพลใดๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถ้าเกี่ยวข้องกับใครโยงไปถึงใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ ซึ่งทราบมาว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการ ในพื้นที่ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหาให้พ้นจากการปฎิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วที่สุดกระทรวงมหาดไทยคงเข้าใจดี และขอให้เราทุกคนช่วยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจ และจะเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเราให้ข้าราชการที่เข้ามา บริหารประเทศมาปกครองประเทศ เริ่มจากการกระทำที่ทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดี คนพวกนี้ก็เข้ามาแทรก คนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน ดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ทำร้ายประเทศ ขายชาติ ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพทำอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกั๊ก ให้มันรู้ไปว่าจะทำตรงนี้ และจะไม่มีใครปกป้องได้ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเรากำลังจะทำสิ่งที่ดีให้มันเกิดขึ้น เพราะข้าราชการไทยมีมีความสำคัญมาก







