posttoday
"สรวุฒิ" ลุยสุวรรณภูมิ คุมเข้มส่งออกสินค้าเกษตร สกัดสวมสิทธิ์สินค้าไทย

"สรวุฒิ" ลุยสุวรรณภูมิ คุมเข้มส่งออกสินค้าเกษตร สกัดสวมสิทธิ์สินค้าไทย

14 มิถุนายน 2569

กระทรวงเกษตรฯ ยกระดับตรวจเข้มนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าไทย ดันส่งออก 5 เดือนแรกปี 2569 มูลค่าเฉียด 1 หมื่นล้านบาท

KEY

POINTS

  • นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อคุมเข้มมาตรการตรวจสอบการส่งออกสินค้าเกษตร ป้องกันการลักลอบนำเข้าและสวมสิทธิ์สินค้าไทย โดยเฉพาะผลไม้สำคัญอย่างทุเรียน
  • กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” และสั่งการให้ด่านตรวจพืชทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน พร้อมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดภายใต้นโยบาย “ไม่รับเคลียร์ ไม่ปล่อยผ่าน”
  • มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษามาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก ปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกร และป้องกันความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกสูง

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายรักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนางสาวอิงอร ปัญญากิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของด่านตรวจพืชและด่านกักกันสัตว์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบมาตรการควบคุมการนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ตลอดจนติดตามการทำงานของทีมสุนัขดมกลิ่น การตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก และการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการตรวจสอบและสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้ส่งออกสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า กระทรวงฯ จึงได้ขับเคลื่อนชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” บูรณาการการทำงานร่วมกันของกรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ปิดช่องโหว่การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ

 

"สรวุฒิ" ลุยสุวรรณภูมิ คุมเข้มส่งออกสินค้าเกษตร สกัดสวมสิทธิ์สินค้าไทย

 

นายสรวุฒิกล่าวว่า ระบบตรวจสอบสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของไทยมีความเข้มแข็งและเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยสินค้าทุกชนิดที่ส่งออกต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งถือเป็นด่านหลักในการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศ มีการคัดกรองซ้ำทั้งด้านศัตรูพืช สารตกค้าง และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ก่อนส่งออก เพื่อรักษามาตรฐานสินค้าเกษตรไทยและตอกย้ำความเชื่อมั่นในตลาดโลก

 

พร้อมกันนี้ นายสรวุฒิได้ย้ำจุดยืนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า การลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์สินค้าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ หากตรวจพบการกระทำผิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ภายใต้นโยบาย “ไม่รับเคลียร์ ไม่ปล่อยผ่าน” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและรักษาความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า

 

ด้านนายรพีภัทร์เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ด่านตรวจพืชทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและแนวตะเข็บชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสวมสิทธิ์ส่งออกในนามสินค้าไทย ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2569 สามารถตรวจยึดและดำเนินคดีได้แล้ว 14 คดี ตรวจพบศัตรูพืชกักกัน 28 รายการ และตรวจยึดสินค้าเกษตรหรือปัจจัยการผลิตที่ผิดกฎหมายอีก 50 รายการ

 

สำหรับการอำนวยความสะดวกทางการค้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำระบบ Smart Inspection ระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) และการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน National Single Window (NSW) มาใช้ เพื่อช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเพิ่มความรวดเร็วในการนำเข้าและส่งออกสินค้า ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวด

 

สถิติการดำเนินงานของด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการส่งออกสินค้าเกษตร โดยในปี 2568 มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรผ่านด่านสูงถึง 23,938.98 ล้านบาท จากคำขอส่งออก 84,459 คำขอ และมีการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชจำนวน 84,429 ฉบับ ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 มีมูลค่าการส่งออกแล้วกว่า 9,852.75 ล้านบาท ส่งออกไปยังตลาดสำคัญ อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย สหราชอาณาจักร เวียดนาม และเยอรมนี

 

สินค้าส่งออกสำคัญในปี 2569 ได้แก่ ทุเรียน ปริมาณ 6,549.56 ตัน มูลค่า 1,975.96 ล้านบาท มังคุด 1,430.66 ตัน มูลค่า 198.39 ล้านบาท กล้วยไม้ 4,208.86 ตัน มูลค่า 605.31 ล้านบาท และเมล็ดพันธุ์ 35.44 ตัน มูลค่า 191.27 ล้านบาท โดยทุเรียนยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างมูลค่าสูงสุด สะท้อนถึงศักยภาพและความต้องการของตลาดโลกที่มีต่อผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

จุฬาฯ-บพท. ปั้น CDSIE พลิกห่วงโซ่มูลค่าโคนมไทย หนุนรายได้เกษตรกรโต 39 ล้านบาท

จุฬาฯ-บพท. ปั้น CDSIE พลิกห่วงโซ่มูลค่าโคนมไทย หนุนรายได้เกษตรกรโต 39 ล้านบาท