
รวบบิ๊กบอสไนจีเรีย ค้าโคเคน-ฟอกเงินเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับโลก
ตำรวจจับมือ ป.ป.ส. รวบ มาเฟียไนจีเรียคาคอนโดหรูย่านพระราม 3 พบเงินหมุนเวียน 380 ล้านบาท เผยนาทีระทึกซิ่งชนตำรวจหวังหนี ก่อนโดนทุบกระจกล็อกตัว
10 มิถุนายน 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงผลปฏิบัติการ “เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับกุม นายแพททริก อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและเครือข่าย Romance Scam รายใหญ่ พร้อมของกลางโคเคน 18 กรัม และทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 700,000 บาท
นาทีระทึกสกัดจับบิ๊กบอส
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. ได้นำกำลังเข้าสกัดรถของนายแพททริกบริเวณคอนโดหรูย่านพระราม 3 โดยใช้ยุทธวิธี Car Block แต่นายแพททริกพยายามขัดขืนด้วยการขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทุบกระจกรถยนต์เพื่อดับเครื่องและควบคุมตัวได้สำเร็จ
จากคนเดินยา สู่หัวหน้าเครือข่าย 380 ล้าน
ปฏิบัติการนี้เป็นการขยายผลมาจากปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” แก๊ง Romance Scam ย่านนนทบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนพบความเชื่อมโยงกับกลุ่ม “DODORIMA” ซึ่งเป็นเครือข่ายย่อยในไทยขององค์กรอาชญากรรมระดับโลก “NBM OF AFRICA”
จากการสืบสวนพบว่า นายแพททริกแฝงตัวอยู่ในไทยนานกว่า 7 ปี ไต่เต้าจากคนเดินขายโคเคนตามแหล่งท่องเที่ยว จนขึ้นเป็นหัวหน้าขบวนการ มีพฤติกรรมใช้โคเคนหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียง และใช้วิธีตระเวนทำบุญบริจาคสิ่งของบังหน้าเพื่ออำพรางธุรกิจผิดกฎหมาย โดยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนกว่า 380 ล้านบาท และมีการส่งเงินกลับไปสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ประเทศไนจีเรีย
ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างทำธุรกิจล้งปลา
ในชั้นจับกุม นายแพททริกให้การภาคเสธ โดยยอมรับสารภาพเฉพาะเรื่องครอบครองโคเคน แต่ปฏิเสธเรื่องการฟอกเงินและเครือข่ายอาชญากรรม โดยอ้างว่าเงินทั้งหมดมาจากการทำธุรกิจส่งออกล้งปลาจากไทยไปไนจีเรีย และการรวมกลุ่มที่ผ่านมาเป็นการรวมตัวเพื่อทำบุญเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน” พร้อมส่งตัวให้ สน.บางโพงพาง ดำเนินคดี ส่วนข้อหาฟอกเงินอยู่ระหว่างการขยายผลเส้นทางการเงินเพื่อไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและต่างชาติต่อไป







