posttoday
ย้อนคดี “บิ๊กโจ๊ก” แตกหักลูกน้อง สู่กองปราบส่งฟ้องคดีทำร้ายร่างกาย

ย้อนคดี “บิ๊กโจ๊ก” แตกหักลูกน้อง สู่กองปราบส่งฟ้องคดีทำร้ายร่างกาย

19 พฤษภาคม 2569

เปิดลำดับเหตุการณ์คดี “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาทำร้ายอดีตลูกน้องคนสนิท จากจุดแตกหัก สู่กองปราบนำตัวส่งอัยการยื่นฟ้อง นัดฟังคำสั่ง 22 พ.ค.69

ความขัดแย้งภายในเครือข่ายคนใกล้ชิดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” กลายเป็นอีกหนึ่งคดีสะเทือนวงการตำรวจ หลังอดีตลูกน้องคนสนิทเข้าแจ้งความกล่าวหาว่าถูกทำร้ายร่างกาย จนนำไปสู่การสอบสวนของตำรวจกองปราบปราม ก่อนล่าสุดพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณายื่นฟ้องต่อศาล

 

คดีดังกล่าวถูกจับตาอย่างหนัก เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งหลายด้านที่รุมล้อมอดีตรอง ผบ.ตร. ทั้งคดีเว็บพนันออนไลน์ ปมสอบสวนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงความสัมพันธ์กับอดีตทีมงานใกล้ชิดที่เริ่มแตกหักอย่างชัดเจน

 

จุดเริ่มต้นคดี “ลูกน้องแจ้งความ”

ชนวนสำคัญของคดีเริ่มต้นเมื่ออดีตนายตำรวจคนสนิท คือ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ เข้าแจ้งความกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่ามีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย โดยต่อมามีรายงานว่ามีผู้เสียหายอีกคนคือ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ เข้าร่วมเป็นผู้กล่าวหาในคดีเดียวกัน

 

กระแสข่าวในช่วงแรกถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บบริเวณแก้วหู จนกลายเป็นคดีที่ถูกจับตาในแวดวงตำรวจและสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

 

ต่อมา คดีถูกส่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน โดยมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำ รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานทางการแพทย์และพยานแวดล้อมในคดี

ปมแตกหัก “คนใกล้ตัว”

ความน่าสนใจของคดีนี้ ไม่ได้อยู่เพียงข้อกล่าวหาเรื่องทำร้ายร่างกาย แต่ยังสะท้อนรอยร้าวภายในกลุ่มบุคคลใกล้ชิดของอดีตรอง ผบ.ตร. ที่เคยร่วมงานกันมายาวนาน

 

ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินเกมตอบโต้ทางกฎหมาย ด้วยการมอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องกลับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และยืนยันว่าต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันในชั้นศาล

 

ทีมทนายของอดีตรอง ผบ.ตร. ยังระบุด้วยว่า หากมีบุคคลใดเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก็อาจมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในอนาคต

 

กองปราบเรียกตัวรับทราบข้อกล่าวหา

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองปราบปรามทยอยรวบรวมหลักฐาน พร้อมเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง

 

กระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทำร้ายร่างกายอดีตลูกน้องคนสนิท ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนจำนวนมาก

 

หลังการสอบสวนดำเนินมาระยะหนึ่ง พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง และจัดทำสำนวนส่งให้อัยการพิจารณา

กองปราบนำตัวส่งอัยการ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. นำสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล ในคดีทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ส่งให้อัยการพิจารณายื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ

 

รายงานข่าวระบุว่า อดีตรอง ผบ.ตร. เดินทางมาพร้อมทนายความส่วนตัว โดยปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความกังวลต่อคดี และกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “ให้ถามทนายความ” ก่อนเดินทางกลับ

 

เบื้องต้น อัยการนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.

 

แม้คดีจะเข้าสู่ขั้นตอนของอัยการแล้ว แต่ศึกทางกฎหมายระหว่างอดีตนายตำรวจระดับสูงกับอดีตลูกน้องคนสนิทยังดำเนินต่อ ทั้งในส่วนคดีอาญาและคดีฟ้องกลับ ซึ่งอาจกลายเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่ถูกจับตาในวงการสีกากีตลอดปี 2569

ข่าวล่าสุด

อาลัยยิ่ง กัลยา บุญญามณี อดีตปลัดเทศบาลนครสงขลา ถึงแก่กรรมอย่างกะทันหัน

อาลัยยิ่ง กัลยา บุญญามณี อดีตปลัดเทศบาลนครสงขลา ถึงแก่กรรมอย่างกะทันหัน