
ทลายขบวนการกักตุน "น้ำมันดีเซล" เก็งกำไรช่วงวิกฤต ทำขาดแคลน
กระทรวงยุติธรรม พร้อม 4 กระทรวงหลัก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงดำเนินคดีผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 แอบประวิงเวลาขนส่งกักตุนดีเซลกว่า 29 ล้านลิตร ทำระบบป่วน
18 พ.ค. 2569 กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 บางส่วนที่มีพฤติกรรมบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการ "ประวิงเวลาและกักตุนน้ำมัน" เพื่อฉวยโอกาสเก็งกำไรในช่วงสถานการณ์วิกฤตสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรงในประเทศ
เปิดพฤติการณ์กักตุนทำน้ำมันหายจากระบบ 20%
จากการสืบสวนและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดโดยศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ในช่วงที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างวันที่ 20–25 มีนาคม 2569 ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ส่วนหนึ่งที่มีสถานีบริการน้ำมันของตนเอง ได้จงใจไม่จ่ายน้ำมันดีเซลออกไปยังสถานีบริการ ทั้งที่มีน้ำมันอยู่ในคลังอย่างเพียงพอ
พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดีเซลหายไปจากระบบสะสมรวมกว่า 29.2 ล้านลิตร (คิดเป็น 20.2%) จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันจำหน่าย นอกจากนี้ยังพบการกักตุนในระบบขนส่งอีกสองรูปแบบหลัก ได้แก่
1.ทางเรือ : พบเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ (ความจุ 2–5 ล้านลิตร) จำนวน 23 เที่ยว (จากเดิมมีเพียง 2 เที่ยว) ประวิงเวลาเพื่อกักตุนน้ำมันอยู่บนเรือรวม 50.8 ล้านลิตร
2.ทางรถ : พบรถขนส่งน้ำมันที่ไม่ระบุปลายทางชัดเจนจำนวน 662 เที่ยว คิดเป็นปริมาณน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร ซึ่งคาดว่าเป็นการประวิงเวลาเพื่อกักตุนน้ำมันไว้บนรถหรือสถานที่เก็บน้ำมันอื่นๆ เพื่อรอส่งเข้าคลังในช่วงที่ทำกำไรได้สูงสุด
สั่งดำเนินคดีเด็ดขาด โทษสูงสุดคุก 7 ปี
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การกระทำของผู้ค้าน้ำมันกลุ่มนี้ถือเป็นการขาดธรรมาภิบาล มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนและไม่เกรงกลัวกฎหมาย เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนใน 2 ข้อหาหลัก ประกอบด้วย
1.ข้อหาประวิงการจำหน่าย ตามมาตรา 30 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 (โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
2.ข้อหาใบกำกับการขนส่งไม่เป็นไปตามประกาศที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด ตามมาตรา 30 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำและกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่มีการละเว้น และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อกวาดล้างขบวนการดังกล่าวต่อไป







