
บุกเกาะพะงัน ทลายนอมินีต่างด้าว 27 บริษัท ยึดที่ดินมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท
ตำรวจเปิดปฏิบัติการปราบธุรกิจนอมินีบนเกาะพะงัน ตรวจค้นเป้าหมายกว่า 200 แห่ง พบพิรุธถือครองที่ดิน 37 แปลง เร่งขยายผลเส้นทางเงินและเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
13 พ.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน” เพื่อกวาดล้างเครือข่ายธุรกิจที่ใช้คนไทยบังหน้า
สรุปผลปฏิบัติการและหลักฐานที่ตรวจยึด
จากการเข้าตรวจสอบบริษัทเป้าหมายทั้งหมด 243 บริษัท เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่ชัดเจน ดังนี้
- บริษัทนอมินี พบบริษัทเข้าข่ายต้องสงสัย 27 แห่ง
- การยึดทรัพย์ ตรวจยึดโฉนดที่ดิน 37 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 51 ไร่ มูลค่าประเมินรวม 150 ล้านบาท
- การจับกุม ออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมได้แล้ว 2 ราย เป็นชาวไทยในข้อหาสนับสนุนหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ส่วนอีก 1 รายเป็นชาวต่างชาติอยู่ระหว่างหลบหนี
กลยุทธ์การตรวจสอบเชิงลึก
ชุดปฏิบัติการระบุว่า ปัจจุบันมีนิติบุคคลบนเกาะพะงันกว่า 3,754 ราย โดยมีต่างชาติถือหุ้นถึง 2,381 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นตรวจสอบกลุ่มที่มีพฤติการณ์สงสัย ดังนี้
1. สัดส่วนการถือหุ้น : ต่างชาติลงทุนในอัตราร้อยละ 49 (สูงสุดตามกฎหมาย)
2.อำนาจบริหาร : ให้คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามเพียงผู้เดียว
3.ตัวแทนอำพราง : คนไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในหลายบริษัทพร้อมกัน หรือมีประวัติแจ้งเข้า-ออกระบบประกันสังคมซ้ำซ้อนโดยไม่มีการทำงานจริง
ยกระดับการสืบสวนและขยายผล
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้ประชุมร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางตรวจสอบ "พูลวิลล่า" ที่ก่อสร้างผิดกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของบริษัททั้งหมดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ามี เจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและรายงานผลต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยเร็ว







