ปปง. แจงยึดทรัพย์ "พระธัมมชโย-พวก" กว่า 1.4 พันล้าน แม้ยุติคดีอาญา
ปปง. ยันเดินหน้ามาตรการทางแพ่งยึดอายัดทรัพย์สินคดีสหกรณ์คลองจั่นที่เชื่อมโยงพระธัมมชโยต่อเนื่อง พบมูลค่ารวมกว่า 1,400 ล้านบาท
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการกับทรัพย์สินในคดีที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยระบุว่าแม้พนักงานอัยการจะมีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ยุติการดำเนินคดีอาญาฐานรับของโจรและฟอกเงิน เนื่องจากคดีขาดอายุความตามหมายจับ แต่ในส่วนของมาตรการทางแพ่งต่อทรัพย์สินยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้น
เปิดเส้นทางเงิน 1,400 ล้านบาท
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 27 ฉบับ สั่งจ่ายให้พระธัมมชโยและผู้เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่ง ปปง. ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2556 – 2563 โดยมีผลการดำเนินการในชั้นศาลแบ่งเป็น 6 รายคดีหลัก ดังนี้
คดีที่ถึงที่สุดแล้ว (ศาลสั่งคืนเงินผู้เสียหาย/ตกเป็นของแผ่นดิน)
1.กรณีเช็ค 58 ล้านบาท: ศาลสั่งคืนเงินให้สหกรณ์ฯ ผู้เสียหาย (คดีฟ.5/2561)
2.กรณีอาคารบุญรักษา 395 ล้านบาท: ศาลสั่งคืนเงินให้สหกรณ์ฯ (คดีฟ.14/2561)
3.โครงการ World Peace Valley 1,585 ล้านบาท: ศาลสั่งขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินสหกรณ์ฯ ส่วนที่เกินให้ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีฟ.22/2561)
4.กรณีซื้อที่ดินจากเงินวัดพระธรรมกาย 298 ล้านบาท: ศาลสั่งขายทอดตลาดคืนเงินสหกรณ์ฯ และส่วนเกินตกเป็นของแผ่นดิน (คดีฟ.160/2561)
คดีที่อยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยอาญา(จำหน่ายคดีชั่วคราว)
5. โครงการอาคารมหารัตนวิหารคด 778 ล้านบาท: อยู่ระหว่างรอคำพิพากษาคดีอาญาของนายศุภชัยฯ (คดีฟ.25/2563)
6. โครงการอาคาร 100 ปีฯ 663 ล้านบาท: อยู่ระหว่างรอคำพิพากษาคดีอาญาของนายศุภชัยฯ (คดีฟ.26/2563)
ย้ำมาตรการทางแพ่ง "ตัดวงจรอาชญากรรม"
สำนักงาน ปปง. เน้นย้ำว่าการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินเป็น "มาตรการทางแพ่ง" ที่มุ่งเน้นการขยายผลไปที่ตัวทรัพย์สินโดยตรง หากพบหลักฐานเชื่อมโยงจะดำเนินการยึดและอายัดเพื่อนำมาคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย หรือให้ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อตัดวงจรการประกอบอาชญากรรมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด


