กต. เร่งช่วย 3 ลูกเรือไทยในอิหร่าน พร้อมเตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่ภัย
กต. เร่งช่วย 3 ลูกเรือไทยบนเรือมยุรี นารี เผยยอดช่วยกลับไทยรวม 1,514 ราย ย้ำระวังมิจฉาชีพ และแนะเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงขณะอิสราเอลปิดน่านฟ้าถึง 16 เม.ย.นี้
KEY
POINTS
- กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือบรรทุกสินค้า
- กต. กำลังประสานงานกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เรือพาณิชย์ไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
- กต. ย้ำเตือนให้คนไทยในพื้นที่พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว และติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด
วันนี้ (29 มี.ค.2569) เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับทางอิหร่านอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดเพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยต่อไป
โดยมีเรือที่สามารถเดินทางออกมาสำเร็จแล้วบ้างแต่ยังคงต้องหารือกับทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือเรือที่ยังตกค้าง
ส่วนการช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน บนเรือบรรทุกสินค้ามยุรี นารี ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบทันทีเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและขยายวงกว้าง โดยยังคงมีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลักและการโจมตีพุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศอาหรับ รวมถึงกลุ่มฮูตีที่เริ่มโจมตีเรือในเยเมน ส่งผลให้โรงงานเหล็กขนาดใหญ่ในอิหร่านต้องหยุดการผลิต
นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านประกาศห้ามขนส่งสินค้าเข้า - ออกท่าเรือกลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล และย้ำเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศมุสลิม ประกอบด้วย ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ จะประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในวันที่ 29 - 30 มีนาคม นี้ เพื่อหาทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค
ขณะที่สหรัฐฯ เผยสัญญาณเชิงบวกและมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับฝ่ายอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายและอาจยุติปฏิบัติการได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากฝ่ายอิหร่าน
ทั้งนี้ ในภาพรวมสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง ความคืบหน้าของการเจรจายังไม่มีความแน่นอนและยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยในพื้นที่พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนข้อมูลติดต่อไว้กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่เพื่อการรับความช่วยเหลือที่รวดเร็ว โดยเมื่อวานนี้ (28 มีนาคม 2569)
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์สำหรับการดูแลคนไทยและการอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย โดยฝ่ายกาตาร์ย้ำการให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยในกาตาร์
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตในพื้นที่ ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มกำลัง โดยคนไทยอีก 8 คนจากอิหร่านผ่านตุรกีได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเมื่อเช้าวานนี้ (28 มี.ค.2569)
ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังขอย้ำแจ้งเตือนการแอบอ้างของมิจฉาชีพเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการพากลับประเทศไทย โดยย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศ
นอกจากนี้ ทางการอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยจะมีเฉพาะสายการบิน El Al และ Arkia ที่ยังคงทำการบินมายังไทยแต่ไม่ใช่เที่ยวบินที่ให้บริการตามกำหนดเวลาปกติ และอาจถูกยกเลิกกระทันหันตามเหตุจำเป็นในพื้นที่ หากคนไทยจำเป็นเดินทางออกเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่ออำนวยความสะดวกผ่านช่องทางอื่นต่อไป
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,514 คน


