posttoday

'พิชัย' หนุน 'อนุทิน' ตรึงราคาดีเซล รับมือศึกตะวันออกกลาง

07 มีนาคม 2569

'พิชัย' หนุนรัฐ ตรึงราคาดีเซล ไม่เกิน 29.94 บาทรับมือสงครามตะวันออกกลาง แนะ ลดภาษีสรรพสามิต 6.92 บาท เร่ง 3 โอกาสเศรษฐกิจไทยช่วยชาติ

พิชัยหนุนตรึงราคาดีเซลรับมือวิกฤตพลังงานจากสงคราม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน แสดงความเห็นด้วยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการประกาศควบคุมราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 29.94 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงถึงบาเรลละ 100 เหรียญสหรัฐจากการปิดช่องแคบฮอร์มุช โดยเน้นย้ำว่าน้ำมันดีเซลคือต้นทุนหลักของการขนส่งสินค้า หากราคาสูงขึ้นจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวตามจนประชาชนเดือดร้อน

 

แนะลดภาษีสรรพสามิตหากยืดเยื้อพร้อมคุมเข้มราคาสินค้า

หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อ นายพิชัยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 6.92 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามแนวทางที่เคยใช้ในอดีต แม้รัฐจะสูญเสียรายได้บางส่วนแต่จะช่วยรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพได้ดีกว่า พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนและการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงวิกฤต ซึ่งมักจะไม่ยอมปรับลดราคาลงแม้ต้นทุนน้ำมันจะลดลงในภายหลังก็ตาม

โอกาสทองจากวิกฤตโลกหนุนเศรษฐกิจโตยั่งยืน

ท่ามกลางวิกฤต นายพิชัยมองเห็น 3 โอกาสสำคัญของไทย ได้แก่

1) ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) โดยไทยสามารถเป็นผู้ผลิตและสำรองอาหารส่งออกให้กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและสิงคโปร์

2) การสร้าง Data Center เพื่อรองรับการเก็บข้อมูลจากประเทศที่มีความเสี่ยงภัยสงคราม ซึ่งอาจสร้างมูลค่าการลงทุนได้ถึงหลักแสนล้านบาท

3) โครงการแลนด์บริดจ์พร้อมคลังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรองรับความต้องการขนส่งและสำรองพลังงานของโลกที่เพิ่มขึ้นจากการปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญในพื้นที่ความขัดแย้ง

ข่าวล่าสุด

ศปอท. กำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นบัญชี “บุคคล–นิติบุคคล” ตัดวงจรบัญชีม้า