posttoday

นักวิชาการ มธ. เปิด 2 ฉากทัศน์สงครามสหรัฐ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

05 มีนาคม 2569

นักวิชาการธรรมศาสตร์ประเมิน 2 ฉากทัศน์สงครามสหรัฐ–อิหร่าน หากยกระดับเศรษฐกิจโลกชะงัก ไทยกระทบหนัก ระบุระยะสั้นน้ำมันยังพอรับมือได้ หากยืดเยื้อขยายวงจะเกิดความเสี่ยงด้านพลังงานและค่าครองชีพ

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยเผชิญความไม่แน่นอน โดยสามารถประเมินแนวโน้มได้ 2 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่ การยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ (Full-scale war) และการคงระดับความรุนแรงแต่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน

 

ในกรณีที่ความขัดแย้งขยายตัวเป็นสงครามเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะงักงันอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาเศรษฐกิจโลกสูง โดยประมาณสองในสามของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับภาคการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

 

ผลกระทบที่เริ่มเห็นได้ชัดแล้วในปัจจุบัน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และแนวโน้มการส่งออกที่อาจชะลอตัวในระยะต่อไป หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น รายได้ประชาชนอาจไม่เพิ่มขึ้นตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมากที่สุด ขณะเดียวกันระดับหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ราว 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ก็จะยิ่งเพิ่มความเปราะบางต่อเศรษฐกิจ

 

ส่วนฉากทัศน์ที่สอง คือ ความขัดแย้งยังจำกัดอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางแต่ยืดเยื้อออกไปอีก 2–3 ปี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอาจไม่รุนแรงเท่ากรณีแรก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มปรับตัวและสร้างเส้นทางการค้าใหม่เพื่อลดการพึ่งพาพื้นที่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ไทยอาจเผชิญต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ปัญหาการปรับเส้นทางโลจิสติกส์ และความยากลำบากในการทำตลาดส่งออก

นักวิชาการ มธ. เปิด 2 ฉากทัศน์สงครามสหรัฐ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

 

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ยังประเมินว่า โอกาสที่สถานการณ์จะขยายไปสู่สงครามเต็มรูปแบบยังไม่สูงนัก เนื่องจากจะเผชิญแรงต่อต้านทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะต่อสหรัฐฯ ซึ่งอาจถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นจากพันธมิตรทางการค้าและประเทศคู่ค้า

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด เศรษฐกิจไทยย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รจึงเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการรักษาการจ้างงานและสร้างการจ้างงานแทนการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอาจใช้รูปแบบการสนับสนุนค่าแรงร่วมกับภาคเอกชนเพื่อลดความเสี่ยงการเลิกจ้างแรงงาน

 

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถใช้โอกาสจากสถานการณ์โลก เช่น การขยายตลาดสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม รวมถึงการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพให้เข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

สำหรับสถานการณ์พลังงาน ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอประมาณ 45–60 วัน และยังสามารถจัดหาพลังงานจากแหล่งอื่นในตลาดโลกได้ หากเกิดความจำเป็น จึงเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในระยะสั้น แม้ราคาพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในระยะยาวอาจเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับควบคู่ไปกับการดูแลผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน.

นักวิชาการ มธ. เปิด 2 ฉากทัศน์สงครามสหรัฐ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจไทย

ข่าวล่าสุด

รู้จัก 3 DR ใหม่ “JEPI19 - JTEK19 - JGRO19” อ้างอิง Active ETF จาก J.P. Morgan