“อรรถพล” ยันไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน ตรึงดีเซล 7-10 วัน เบนซินขยับตามตลาด
รมว.พลังงาน ยันไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน-พลังงาน วางแผนสำรองหลายชั้น รับมือสงครามตะวันออกกลาง เตรียมใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปช่วยพยุงราคา 7-10 วัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และปลัดกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงราคาน้ำมันท่ามกลางการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์
แจง "น้ำมันสำรอง 60 วัน"
จากกระแสข่าวที่ว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้เพียง 60 วันนั้น นายอรรถพล ชี้แจงว่าตัวเลขดังกล่าวคือกรณีที่ "ตัดการนำเข้าน้ำมันทุกทาง 100%" ซึ่งในความจริงน้ำมันยังคงมีการนำเข้ามาเติมในระบบอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 50% กว่า ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 ใน 3 ที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนอีก 1 ใน 3 ไม่ผ่าน เราสามารถเจรจาย้ายท่าโหลดน้ำมันได้ ขณะที่น้ำมันอีกกว่า 40% นำเข้ามาจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องแคบดังกล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเจรจาจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น สหรัฐอเมริกา (อาจใช้เวลานานราว ๆ เดือนกว่า), แอฟริกา ตะวันตก และมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันออกไปได้เกินกว่า 60 วันอย่างแน่นอน
ส่วนกรณี LNG แก๊สธรรมชาติเหลว ผลิตไฟฟ้า 20% ผ่านจากกาตาร์ 10-20% ไทยสามารถหาจากแหล่งอื่นได้ เช่น เพิ่มก๊าซในอ่าว รวมถึงเจรจากับมาเลเซีย หรือ ลาว เป็นแผนสำรอง
หากเกิดปัญหาขึ้น ไทยยังมี "แผนสำรองหลายชั้น" ไม่ว่าจะเป็น
- เพิ่มการผลิตก๊าซในอ่าวไทย
- เจรจาพื้นที่ทับซ้อน (JDA) ไทย-มาเลเซีย เพื่อนำก๊าซมาใช้เพิ่ม
- ซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำเพิ่มเติมจากสปป.ลาว
- เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและชีวมวล
นายอรรถพล ให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่า น้ำมัน ไฟฟ้า เราสามารถบริหารจัดการได้ ไม่ขาดแคลน ไม่ต้องแตกตื่น ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องรีบไปเติม ตุนไว้ ส่วนเรื่องราคาอาจต้องดูไปตามตลาดโลก ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ตรึงดีเซล –เบนซินขยับตามตลาด
ในด้านราคา นายอรรถพล ยอมรับว่าต้องเป็นไปตามกลไกตลาดโลก แต่ปัจจุบัน "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" มีสถานะเป็นบวก (ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท จากที่เคยติดลบสูงถึง 120,000 ล้านบาท) ทำให้รัฐมีงบประมาณเพียงพอที่จะเข้ามาช่วยพยุงราคาไม่ให้กระชากสูงเกินไป
ในช่วงระยะสั้น น้ำมันดีเซล มีนโยบายใช้เงินกองทุนฯ เข้าไปอุดหนุนเพื่อ ตรึงราคาไว้ก่อนประมาณ 7-10 วัน เพื่อประเมินสถานการณ์สงครามก่อนวางแผนบริหารจัดการต่อไป ส่วนน้ำมันเบนซิน อาจมีการปรับขึ้นราคาบ้างตามกลไกตลาด โดยรัฐจะเข้าไปช่วยอุดหนุนบางส่วน แล้วจะประเมินสถานการณ์สงครามเป็นอย่างไร จากนั้นจะประเมินกองทุน ราคาขายปลีก สมมติราคาตลาดปรับขึ้น ก็ต้องพยุงไม่ให้ขึ้นแบบกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบความเดือดร้อนประชาชนมากนัก
เชื่อช่วงแรกตื่นตระหนก แต่ต่อไปเริ่มปรับตัวหากยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม นายอรรถพล กล่าวว่า มีความกังวลหากสงครามยืดเยื้อ แต่หากยืดเยื้อนานเหมือนรัสเซีย-ยูเครน 3-4 ปี ช่วงแรกจะตื่นตระหนก แต่ผ่านไปสักระยะ โลกจะมีการปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งผลิต ซัพพลายเชน ระบบขนส่งจะปรับตัว เข้ามาสู่ระดับปกติ แต่อาจใช้เวลาแน่นอน คาดการณ์ว่าในระยะเดือนครึ่งข้างหน้า ราคาพลังงานจะยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามหากสงครามยุติลง ราคาจะปรับตัวลดลงทันที เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันทั่วโลกยังพอมี


