ปิดฉาก "อาจารย์ต้น" อวตารพระผู้สร้าง ขบวนการฟอกเงินบาป ในคราบ “นักบุญ”
CIB จับกุม "อาจารย์ต้น" เจ้าลัทธิ “มายด์ แอนด์ โซล” อ้างสื่อจิตเจ้ากรรมนายเวร หลอกเหยื่อจ่ายค่าครูซื้อทางลัดสู่นิพพาน พบประวัติสุดแสบ จากบุคคลล้มละลายผันตัวเป็นผู้วิเศษ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย นายปิยะ ศรีวิกะ ผู้อำนวยการกองคดี 2
ร่วมกันจับกุม นายชวิศร์ฯ หรือ อาจารย์ต้น อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 585/2569 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้า คอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม 56 ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
พฤติการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม แถลงผลการปฏิบัติการทลายขบวนการหลอกลวงประชาชน “ลัทธิ ลด ละ กรรม” นำกำลัง เข้าจับกุม นายชวิศร์ฯ หรือที่กลุ่มลูกศิษย์รู้จักในนาม “อาจารย์ต้น” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา หลังก่อเหตุตั้งตนเป็นผู้วิเศษ อ้างเป็น “องค์พระผู้สร้าง” ลวงผู้เสียหายเข้าร่วมปฏิบัติธรรมและจ่ายเงินค่าปลดล็อกกรรม จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 14 ราย มูลค่าความเสียหายร่วม 15 ล้านบาท
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี 2565 มีกลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ว่าถูกนายชวิศร์ฯ และ น.ส.พิมภรณ์ (ภรรยา) ชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มปฏิบัติธรรม
“มายด์ แอนด์ โซล” (Mind and Soul) โดยนายชวิศร์ฯ ได้สร้างเรื่องราวอ้างตนว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทับร่าง เป็น “องค์พระผู้สร้าง” (Creator) สามารถสื่อจิตเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรได้
ขบวนการนี้ใช้วิธีจัดกิจกรรม“ยกพระ” เพื่อตรวจสอบดูดวงชะตาและหลอกลวงเหยื่อว่ามี เจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติติดตามอยู่ ต้องจ่ายเงินเป็น “ค่าครู” และ “ค่าลดละกรรม” เพื่อซื้อทางลัด สู่นิพพานให้พ้นกรรมได้รวดเร็วกว่าการทำบุญทั่วไป พร้อมสร้างระบบเครือข่าย หากชักชวนคนอื่นมาได้จะได้บารมีเพิ่ม โดยเงินทั้งหมดถูกให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของกลุ่มขบวนการ และบริษัทที่ตั้งขึ้นบังหน้า ก่อนที่ ความจริงจะปรากฏเมื่อผู้เสียหายพบว่า "อาจารย์ต้น" และภรรยา นำเงินทำบุญไปใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยไม่สมฐานะเดิม และไม่ได้นำไปทำพิธีตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
ต่อมาช่วงต้นเดือนมกราคม2569 พบผู้เสียหายบางรายที่ถูกอาจารย์ต้นหลอกลวงจนเสียหายไปร่วม 50 ล้านบาท ได้ไปออกรายการ โหนกระแส แฉถึงพฤติการณ์หลอกลวงของอาจารย์ต้นกับพวก จนเป็นเหตุให้อาจารย์ต้นหลบหนีออกนอกประเทศ และหลบหนีมาโดยตลอด
จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบข้อมูลที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ผู้วิเศษอย่างสิ้นเชิง โดยพบว่า เมื่อประมาณปี 2557 นายชวิศร์ฯ เคยมีประวัติถูกบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งร้องทุกข์ กรณีที่
นายชวิศร์ฯได้แจ้งกับบริษัทประกันว่า ภรรยาของตนเสียชีวิต จนบริษัทประกันหลงเชื่อ จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้นายชวิศร์ฯ เป็นจำนวนหนึ่ง ต่อมาบริษัทประกันชีวิตได้ทราบว่าภรรยาไม่ได้เสียชีวิตจริง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายชวิศร์ฯ พร้อมพวก ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง
หลังจากนั้นนายชวิศร์ฯ ได้ถูกฟ้องล้มละลาย และศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้เป็น “บุคคลล้มละลาย” ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ก่อนจะเพิ่งได้รับการประกาศปลดจากล้มละลายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการเริ่มตั้งตนเป็น “อาจารย์ต้น” เพื่อหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายมาพลิกฟื้นฐานะและใช้ชีวิตอย่างหรูหรา
ภายหลังจากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจึงนำมาสู่การจับกุม นายชวิศร์ฯ (ผู้ต้องหา) มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ขอเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน โปรดใช้ความระมัดระวังกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างความเชื่อทางศาสนา อ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หรือพิธีกรรมแก้กรรมต่าง ๆ เพื่อเรียกรับเงินจำนวนมาก หากพบเห็นพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวงในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบังคับการปราบปราม ทันที


