ไทยย้ำจุดยืนเวทีสิทธิมนุษยชน ยูเอ็น “สีหศักดิ์“ โต้กัมพูชาเดือด
”สีหศักดิ์“ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยแถลงบนเวทีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น โต้ข้อกล่าวหากัมพูชาเรื่องชายแดน ย้ำไทยพร้อมสร้างความร่วมมือพหุภาคี แก้ภัยไซเบอร์ข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงของไทยในช่วงการประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 61 ณ อาคารประชุมสมัชชา (Assembly Hall) อาคารปาแล เด นาซียง สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้กรอบของ United Nations Human Rights Council
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเริ่มต้นด้วยการรำลึกถึงช่วงเวลาที่เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีฯ เมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้วงสำคัญของการทบทวนกลไกการทำงาน พร้อมเน้นย้ำว่า ในบริบทที่ระบบพหุภาคีกำลังเผชิญความท้าทาย ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อธำรงประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของคณะมนตรีฯ
ในประเด็นสำคัญ นายสีหศักดิ์ ชี้ว่าปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนได้พัฒนาเป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลก อันมีรากเหง้าจากการขาดหลักนิติธรรมในบางประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่แนวหน้าของความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามเครือข่ายดังกล่าว พร้อมยืนยันจะเดินหน้าสานต่อความร่วมมืออย่างจริงจัง
ในช่วงเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวตอบโต้กรณีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาพาดพิงประเทศไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวตั้งอยู่บนข้อมูลอันเป็นเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือน พร้อมยืนยันว่าต้นเหตุของความตึงเครียดเกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตพลเรือน อันเป็นโศกนาฏกรรมในความสัมพันธ์ของสองประเทศเพื่อนบ้าน
นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยมีประวัติความปรารถนาดีต่อกัมพูชา ทั้งการให้ที่พักพิงผู้หนีภัยความขัดแย้ง การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการสนับสนุนการฟื้นฟูประเทศภายหลังสงครามกลางเมือง พร้อมระบุว่า สันติภาพของไทยไม่อาจแยกขาดจากสันติภาพของกัมพูชาได้
แม้ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน ไทยยังคงยืนยันแนวทางการเจรจาเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ไทยมีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข พร้อมตั้งคำถามต่อฝ่ายกัมพูชาว่าจะเลือกเดินบนเส้นทางแห่งสันติภาพและความร่วมมือ หรือปล่อยให้ความตึงเครียดดำรงต่อไปในเวทีระหว่างประเทศ.


