ทร. ทลายเครือข่ายจีนเทาชายแดนกัมพูชา สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กองทัพเรือทลายเครือข่ายจีนเทาชายแดนกัมพูชา ยึดมือถือ 270 เครื่อง เปิดโปงพฤติการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับใช้แรงงาน
กองทัพเรือเปิดปฏิบัติการเชิงรุกปกป้องชายแดนจันทบุรี-ตราด สกัดจับกลุ่มลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พบความเชื่อมโยงเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มทุน จีนเทา ที่ใช้พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานปฏิบัติการ สแกมเมอร์ (Cyber Scam)
ล่าสุดรวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือกว่า 270 เครื่อง พร้อมช่วยเหยื่อที่ถูกหลอกไปบังคับใช้แรงงาน เผยถูกกักขังและยึดเอกสารเดินทางสะท้อนวิกฤตอาชญากรรมข้ามชาติที่รุนแรงขึ้น
เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนตะวันออก โดยระบุว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ Cyber Scam ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบและควบคุมตัวกลุ่มบุคคลลักลอบข้ามแดนบริเวณ บ้านเนินดินแดง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จำนวน 6 ราย ประกอบด้วยชายสัญชาติจีน 5 ราย และกัมพูชา 1 ราย
สิ่งที่น่าสังเกตคือการตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารผิดปกติจำนวนมาก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือถึง 270 เครื่อง ซิมการ์ดจำนวนมาก และเงินสดหลายสกุล ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์สนับสนุนเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้ามชาติ
จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่าหลบหนีมาจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทราบกันดีในระดับนานาชาติว่าเป็นแหล่งรวมธุรกิจสีเทา ทั้งการพนันออนไลน์และฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ สะท้อนให้เห็นโครงสร้างอาชญากรรมที่เป็นระบบและอาศัยช่องว่างตามแนวชายแดนในการเคลื่อนไหว
แฉพฤติกรรมจีนเทา บังคับทำสแกมเมอร์
นอกจากการจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยแล้ว กองทัพเรือยังได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เหยื่อที่ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการนี้ โดยเหตุการณ์ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายละเอียดดังนี้
- 17 กุมภาพันธ์ 2569: จับกุมชาวเวียดนาม 6 ราย ที่หลบหนีข้ามแนววางกำลังเข้ามา
- 18 กุมภาพันธ์ 2569: จับกุมชาวจีนอีก 4 ราย ในพื้นที่เดียวกัน
จากการสอบถามข้อมูลเชิงลึก ผู้หลบหนีทั้งหมดให้การตรงกันว่า ถูกหลอกลวงจากกลุ่ม จีนเทา ในฝั่งเขตเศรษฐกิจพิเศษทมอดา ประเทศกัมพูชา โดยถูกยึดเอกสารเดินทาง (Passport) กักขังหน่วงเหนี่ยว และบังคับให้ทำงานเป็น สแกมเมอร์ หลอกลวงเหยื่อออนไลน์ เมื่อทนสภาพการกดขี่ไม่ไหวจึงตัดสินใจเสี่ยงตายหลบหนีออกมา
หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นทั้งอาหาร น้ำดื่ม และปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามกฎหมาย โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด
กองทัพเรือจี้รัฐเพื่อนบ้านรับผิดชอบ ชี้ปัญหาสแกมเมอร์กระทบความมั่นคงภูมิภาค
โฆษกกองทัพเรือ ย้ำจุดยืนที่สำคัญเกี่ยวกับการแก้ปัญหา อาชญากรรมข้ามชาติ ว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยหลักความรับผิดชอบของรัฐ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
"รัฐมีหน้าที่กำกับและไม่ยินยอมให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมข้ามชาติ การปล่อยให้กิจกรรมผิดกฎหมายดำเนินอยู่ ย่อมถือเป็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง และกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม"
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำภัยคุกคามจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มธุรกิจสีเทาที่ยังคงใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานที่มั่น กองทัพเรือยืนยันจะเดินหน้ามาตรการสกัดกั้นอย่างเข้มข้น และเรียกร้องให้ประเทศกัมพูชาตระหนักถึงปัญหานี้ร่วมกัน
เพื่อไม่ให้ตกเป็นจำเลยของสังคมโลกในฐานะผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อแหล่งกำเนิดอาชญากรรมไซเบอร์ โดยขณะนี้ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดได้ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวนและ ตม. ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว


