CIB ทลาย เหมืองทรายเถื่อน เอี่ยวผู้มีอิทธิพล รวบ "ร้อยเอก" พร้อมพวก 7 ราย
ตำรวจสอบสวนกลาง สนธิกำลังทลาย “เหมืองทรายเถื่อน" พบเอี่ยว ผู้มีอิทธิพล จังหวัดเชียงใหม่ รวบ "ร้อยเอก" พร้อมพวก 7 ราย แฉ เส้นสายคนมีสีรุกลำน้ำนาน 19 ปี
ตำรวจสอบสวนกลางสนธิกำลังบุกจับเหมืองทรายเถื่อนจังหวัดเชียงใหม่ หลังชาวบ้านสุดทนร้องกองปราบฯ แฉกลุ่มผู้มีอิทธิพลอาศัยเส้นสายคนมีสีขุดทรายทำตลิ่งพังเสียหายมาเกือบ 2 ทศวรรษโดยไม่เคยถูกจับกุม
4 ก.พ. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. และ บก.ปทส. บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบเหมืองทรายเถื่อนบริเวณ ม.7 ต.น้ำบ่อหลวง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลักลอบขุดทรายในลำน้ำแม่ขานจนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินราชการและประชาชน
เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหารวม 7 ราย ดังนี้
1.ร้อยเอก อนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี (เจ้าของที่ดิน/นายจ้าง)
2. นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี (ผู้ควบคุมรถแบคโฮล โกเบลโก)
3. นายศุภกฤษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี (ผู้ควบคุมรถแบคโฮล XCMG)
4. นายเฉลิมเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี (ผู้ขับขี่รถบรรทุกหกล้อ)
5. นายณัฐฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี (ผู้ขับขี่รถบรรทุกหกล้อ)
6. นายอนุวรรตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี (ผู้ขับขี่รถบรรทุกหกล้อ)
7. น.ส.จิราภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี (ผู้จดรายการเที่ยวรถ)
พร้อมตรวจยึดของกลาง
- รถแบคโฮล 2 คัน
- รถบรรทุกหกล้อ 3 คัน พร้อมทรายเต็มลำรถ
- เอกสารใบจดรายการเที่ยวรถวิ่งทราย
พฤติการณ์
จากการสืบสวนพบว่า เหมืองทรายแห่งนี้ดำเนินการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2550 โดยอาศัยอิทธิพลและความสัมพันธ์กับ "คนมีสี" และนักการเมือง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกรงกลัวไม่กล้าร้องเรียนหน่วยงานในท้องที่ การลักลอบขุดทรายใต้แนวฝายส่งผลให้โครงสร้างฝายเสียหาย ตลิ่งถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง และบ้านเรือนประชาชนริมน้ำได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
นอกจากนี้ การขนส่งทรายยังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยรถบรรทุกทรายเปียกไม่ได้คลุมผ้าใบ ทำให้น้ำเสียและทรายตกหล่นจนถนนชำรุดเป็นหลุมบ่อ ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่นละอองและอุบัติเหตุต่อเนื่อง
แจ้งข้อหาหนัก-ผู้ต้องหารับสารภาพ
แม้ ร้อยเอก อนันต์ จะอ้างว่าเป็นการขุดทรายเพื่อนำเงินไปสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แต่เจ้าหน้าที่พบว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ได้สิ้นอายุไปนานแล้ว และไม่มีการขอต่ออายุตามกฎหมาย จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันตั้งและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


