บุกอาคารริมเมย พบเบาะแสลอบส่ง "สัญญาณเน็ต" ป้อน "เมียวดี"
"ตำรวจไซเบอร์" บุกค้นอาคารริมเมย พบเบาะแสลักลอบยิง "สัญญาณเน็ต" ข้ามแดน ป้อนตึกใหญ่ฝั่ง "เมียวดี" ประเทศเมียนมา
ตำรวจไซเบอร์สนธิกำลังทหาร-ปกครอง ปูพรมตรวจค้นอาคารพาณิชย์ตลาดริมเมย อ.แม่สอด หลังพบเบาะแสลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงข้ามแดนไปยังฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา พบอุปกรณ์ส่งสัญญาณระยะไกลครบชุด เตรียมขยายผลเอาผิดผู้เช่าและผู้ขอใช้บริการ
เมื่อเวลา06.00 น. วันที่ 30 ม.ค. 2569 ที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (สอท.4) ถนนสายเอเชีย 12 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 และ พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้เรียกประชุมวางแผน “ปฏิบัติการฟ้าสาง” ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แม่สอด, ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.346), ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และตัวแทนบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเอกชน เพื่อเข้าตรวจสอบเป้าหมายสำคัญ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องทุกข์จากบริษัทเอกชน ตรวจพบความผิดปกติของการใช้อินเทอร์เน็ตในพื้นที่ริมชายแดน จึงนำกำลังพร้อมหมายศาลจังหวัดแม่สอด เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เป้าหมาย 3 จุด บริเวณตลาดริมเมย ใกล้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 หมู่ที่ 2 ต.ท่าสายลวด ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา
ผลการตรวจค้น 3 จุดเป้าหมาย
เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น จำนวน 3 คูหาที่อยู่ในระนาบเดียวกัน ได้แก่:
1.บ้านเลขที่ 605/4: ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
2. บ้านเลขที่ 605/5: พบหญิงสูงวัยเป็นผู้อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่แสดงหมายศาลและเข้าตรวจค้น พบอุปกรณ์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Point-to-Point) ติดตั้งทั้งภายในและด้านหลังอาคาร โดยหันทิศทางส่งสัญญาณข้ามแม่น้ำเมยไปยังตึกสูงในฝั่งประเทศเมียนมาอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
3.บ้านเลขที่ 605/19: ไม่พบผู้อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่จึงประสานผู้ใหญ่บ้านริมเมยร่วมเป็นพยานในการตรวจค้น ภายในอาคาร พบร่องรอยการรื้อถอนสายและอุปกรณ์ออกไปบางส่วน ซึ่งรอยยังใหม่อยู่ คาดว่าผู้กระทำผิดไหวตัวทัน
อย่างไรก็ตามยังพบอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตบางส่วนเสียบปลั๊กใช้งานอยู่ และจากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทราบว่า อาคารดังกล่าวถูกเช่าทิ้งไว้โดยไม่มีคนเข้าออก แต่มีการเปิดระบบอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ตลอดเวลา
เร่งขยายผลกวาดล้างขบวนการข้ามแดน
พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการแจ้งเบาะแสการติดตั้งอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติในพื้นที่ ต.ท่าสายลวด โดยพฤติการณ์ของกลุ่มนี้คือการติดตั้งเสาส่งสัญญาณฝั่งไทย เชื่อมต่อระบบอย่างเป็นระบบเพื่อส่งไปยังจานรับสัญญาณที่ติดตั้งอยู่บนตึกฝั่งเมียนมา ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
"การกระทำดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากนี้ทางตำรวจจะทำการเรียกตัวผู้เช่าอาคารและผู้ที่มีชื่อขอใช้อินเทอร์เน็ตมาสอบสวน และแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" พ.ต.อ.อนุชา กล่าว
นอกจากนี้ พ.ต.อ.อนุชา ยังระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการนี้มาโดยตลอด โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้ร่วมกับ กสทช. เข้าจับกุมจุดส่งสัญญาณที่ลักลอบส่งไปยังพื้นที่ "ชเวโก๊กโก่" มาแล้ว ซึ่งสังเกตได้ว่ากลุ่มผู้ประกอบการผิดกฎหมายเริ่มมีการปรับตัว ใช้วิธีการซ่อนเร้นอุปกรณ์ที่แนบเนียนขึ้น แม้เจ้าหน้าที่จะกวดขันตรวจตราอย่างเข้มงวดก็ตาม


