SAMART ปลดล็อกปี 69! ลุยเทคโนโลยี-M&A-คน ตั้งเป้ารายได้ 1.4 หมื่นล้านบาท
กลุ่มสามารถฯ ประกาศปีแห่ง Unlock Unlimited Opportunities เดินเกมรุกเต็มสูบ 3 แกนกลยุทธ์ เทคโนโลยี–M&A–คน พร้อมงานประมูลกว่า 3 หมื่นล้าน ดัน Backlog ทะลุ 2 หมื่นล้าน มั่นใจปีนี้ดีที่สุดในรอบทศวรรษ
KEY
POINTS
- กลุ่มสามารถฯ ประกาศปีแห่ง Unlock Unlimited Opportunities
- เดินเกมรุกเต็มสูบ 3 แกนกลยุทธ์ เทคโนโลยี–M&A–คน พร้อมงานประมูลกว่า 3 หมื่นล้าน ดัน Backlog ทะลุ 2 หมื่นล้าน
- มั่นใจปีนี้ดีที่สุดในรอบทศวรรษ
ในปี 2569 นี้กลุ่มบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART กำหนดให้เป็นปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม
โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อมเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส
แกนกลยุทธ์แรก คือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า
ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเดิมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
แกนกลยุทธ์ที่สอง Unlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเร่งการเติบโต
เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ
แกนกลยุทธ์ที่สาม Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทัพองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น
"วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร SAMART จากการที่กลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีงานในมือเมื่อ ณ สิ้นปี 2568 อยู่เกือบ 16,000 ล้านบาท
จากความสำเร็จและด้วยกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ บริษัทมั่นใจตั้งเป้ารายได้ที่ 14,000 ล้านบาท และจะสร้างกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 75% จากการวางแผนเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท
พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีจะมีงานในมือทะลุ 20,000 ล้านบาท มั่นใจทั้งรายได้และกำไรปีนี้ของกลุ่มจะดีที่สุดในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากธุรกิจหลักในเครือ ทั้งการรับรู้รายได้จากงานในมือ การเติบโตของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละสายธุรกิจตั้งเป้าหมายรายได้ดังนี้
สายธุรกิจ Digital ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม(SAMTEL) ปัจจุบันมีงานในมือรวมกว่า 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 6,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันโครงการขนาดใหญ่ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ โซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านการป้องกันภัย และการให้บริการระบบหลักขององค์กรแบบระยะยาว ควบคู่การสร้างรายได้ประจำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางธุรกิจ
ทั้งนี้การดำเนินงานอาศัยความร่วมมือของบริษัทในเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ครอบคลุมบริการระบบการเงินและธนาคาร, ระบบ ERP, โซลูชั่นองค์กร และ Cybersecurity ร่วมกับพันธมิตรด้าน Digital Technology ชั้นนำระดับสากล ทำให้สามารถออกแบบและบูรณาการโซลูชั่นได้ครบวงจร
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ AI, Anti-Drone และ Quantum-safe Technology พร้อมต่อยอดจากฐานลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการดูแลระบบหลักขององค์กร เช่น GHB system ระบบ Core Bank ของธนาคารออาคารสงเคราะห์, ระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลักของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน รวมถึงการวางแผนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Public Outsourcing Services เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
SAV - TEDA โกยรายได้
สายธุรกิจ Utilities & Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น(SAV) งานในมือ(Backlog) ณ สิ้นปีมีมูลค่ามากกว่า 8,700 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 6,800 ล้านบาท โดยเป็นของ บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV ประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30%
ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจากการเข้าประมูลโครงการ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท ควบคู่กับรายได้จากบริการ Overflight ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางจากเวียดนามและจีน
อีกทั้งแผนการเปิดสนามบินแห่งใหม่ในนครโฮจิมินห์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะกลางถึงยาวนอกจากนี้ SAV ยังมุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบด้านการบิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการกระจายที่มาของรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว
ส่วนบริษัท เทด้า (TEDA) จะทยอยรับรู้งานโครงการจาก Backlog มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40%
SDC ชูเป้ารายได้ 900 ล้านบาท
สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล(SDC)ตั้งเป้ารายได้ ที่ 900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 57% โดยมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้ของโครงข่าย Trunk ซึ่งเป็นรายได้ในรูปแบบ Air-time รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสแรกของปี
"ปีนี้คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ดีมากของบริษัท ทั้งการสร้างงานใหม่ การเพิ่มรายได้ และการเติบโตของกำไร ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากเราจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ(M&A)แล้ว เรายังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย."


