โฆษกกองทัพอากาศ เผยเร่งสอบกรณีอากาศยานประสบอุบัติเหตุ
กองทัพอากาศแถลงเร่งสอบสวนเหตุเครื่องบินโจมตี AT-6 TH ตกที่เชียงใหม่ พร้อมดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักบินผู้เสียชีวิตทั้ง 2 นายอย่างเต็มที่
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 10.20 น. เครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) สังกัดฝูงบิน 411 กองบิน 41 จำนวน 1 เครื่อง ประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจการฝึกบิน ค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (ทิศทาง 210 ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากสนามบินเชียงใหม่) ซึ่งเป็นพื้นที่การฝึกของกองทัพอากาศ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้นักบินจำนวน 2 คน เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
ภายหลังเกิดเหตุ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุกองทัพอากาศ ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด รอบคอบ เป็นไปตามระเบียบ และมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง และสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนามาตรการความปลอดภัยด้านการบินให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
กองทัพอากาศขอแสดงความอาลัยต่อนักบินผู้เสียสละ และครอบครัวอย่างสุดซึ้ง และขอสดุดีในความมุ่งมั่น เสียสละ อุทิศตนเพื่อประเทศชาติ และจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักบินผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่
กองทัพอากาศให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพลและการปฏิบัติภารกิจการฝึกบิน ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถและความพร้อมรบของกำลังทางอากาศ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศ รักษาเอกราชอธิปไตย และดูแลความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนทีมกู้ภัยที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ เครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH Wolverine ถูกบรรจุเข้าประจำการที่ฝูงบิน 411 กองบิน 41 เมื่อเดือนกันยายน 2568 หลังได้รับส่งมอบจากสหรัฐอเมริกา วงเงิน 4.6 พันล้านบาท ใช้ในภารกิจการโจมตีทางอากาศ สนับสนุนภารกิจการบินลาดตระเวน ตลอดจนการบินลาดตระเวนตรวจการในพื้นที่ชายแดน ทดแทนเครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ZA/ART ที่ปลดประจำการ
โดยกองทัพอากาศ ลงนามสัญญาจัดซื้อ AT-6TH จำนวน 8 เครื่อง ในปี 2564 และลงนามจัดหาอีก 4 เครื่อง ในปี 2565 รวม 12 เครื่อง โดย AT-6TH สามารถเชื่อมต่อการทำงานกับ Link-TH ซึ่งเป็นระบบ Datalink ที่ไทยพัฒนาขึ้นเอง เช่นเดียวกับครื่องบินขับไล่ Gripen C/D, เครื่องบินขับไล่ Alphajet, เครื่องบินขับไล่แบบ F-5TH และเครื่องฝึกบิน T-50 TH
ได้รับการออกแบบให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด หรือ Close Air Support การลาดตระเวนติดอาวุธ เฝ้าระวังและข่าวกรอง รวมถึงการค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่การรบ มีระบบที่ทันสมัย มีจอแสดงผลแบบ Multi-Function บินได้ที่ความสูงประมาณ 30,000 ฟุต ด้วยความเร็ว 500 กม.ต่อชั่วโมง บินได้ไกล 1,125 ไมล์ และสามารถติดตั้งอาวุธโจมตีได้หลากหลาย


