เปิดโครงสร้าง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" แยกสาย โทรหลอก-ฟอกเงิน เลี่ยงจับกุม
ACSC โครงสร้างองค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ เผยแผนประทุษกรรม "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" แบ่งงาน “หลอกลวง - ฟอกเงิน” แยกทำหน้าที่ชัดเจน เลี่ยงจับกุม
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยผลการประชุมหารือมาตรการสกัดกั้นขบวนการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมเปิดโปงโครงสร้างและรูปแบบการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ที่มีการจัดระบบการทำงานเป็นเครือข่ายอย่างเป็นขั้นตอน
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการแบ่งการทำงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มฝั่งหลอกลวง และกลุ่มฝั่งการเงินหรือรับฟอกเงิน โดยทั้งสองกลุ่มแยกส่วนการปฏิบัติงานออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่ได้อยู่ร่วมสถานที่เดียวกัน และต่างคนต่างรับผิดชอบเฉพาะหน้าที่ของตนเอง
ตั้งฐานต่างประเทศ บริหารแบบออฟฟิศ
กลุ่มที่ 1 ฝั่งหลอกลวง มีหน้าที่หลักในการใช้จิตวิทยาหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อและโอนเงิน โดยมักมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา มีผู้บริหารเป็นบอสชาวจีน ลักษณะการบริหารงานคล้ายออฟฟิศ มีการจัดทำสคริปต์บทพูดตามรูปแบบการหลอกลวง และมีการฝึกอบรมบุคลากรอย่างเป็นระบบ
โครงสร้างการทำงานแบ่งออกเป็น 4 ระดับ
- ระดับสั่งการ ทำหน้าที่วางแผนและควบคุมภาพรวม
- ทีมสนับสนุน จัดหาข้อมูลเหยื่อ (Data) และอุปกรณ์ เช่น Simbox คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์
- ทีมสร้างตัวตน สร้างโปรไฟล์ปลอม เว็บไซต์ปลอม หรือใช้โลโก้หน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- ทีมหลอกลวง ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับเหยื่อ ทั้งการโทรศัพท์และแชต หลังผ่านการฝึกฝนการใช้จิตวิทยาหว่านล้อม เมื่อเหยื่อพร้อมโอนเงิน จะประสานกับกลุ่มฝั่งการเงินเพื่อขอช่องทางโอนเข้าบัญชีม้าในทันที
ฝั่งการเงิน รับฟอกเงิน เคลื่อนย้ายเงินเร็ว
กลุ่มที่ 2 ฝั่งการเงิน หรือกลุ่มรับฟอกเงิน มีหน้าที่หลักในการรับเงินโอนจากเหยื่อ โยกย้าย และนำเงินออกจากระบบให้รวดเร็วที่สุด เพื่อตัดเส้นทางการเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ โดยมีการจัดการเป็นระบบตั้งแต่การจัดหาบัญชี รวบรวมบัญชี ทดสอบบัญชี ไปจนถึงการโอนหรือถอนเงิน
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มนี้จะได้รับส่วนแบ่งประมาณ 10–20% ของยอดเงินที่หลอกลวงได้ และต้องได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มหลอกลวงหรือบอสชาวจีน โดยมีการวางเงินมัดจำล่วงหน้า 3–5 ล้านบาท เพื่อป้องกันการโกงกันเอง
โครงสร้างฝั่งการเงินแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
- ระดับสั่งการ ผู้ควบคุมและวางแผนภาพรวม
- ฝ่ายจัดหาบัญชีม้า ทำหน้าที่หาคนมาเปิดบัญชี
- บัญชีม้า ทั้งแบบขายขาด และแบบเฉพาะกิจที่รับจ้างโอนหรือกดเงินเป็นครั้ง ๆ
- คนกดเงินและคนรวบรวมเงิน ทำหน้าที่ถอนเงินสดและส่งต่อให้เครือข่าย
พัฒนาวิธีฟอกเงิน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
ACSC ระบุว่า ขบวนการฟอกเงินมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการสกัดกั้นของรัฐ อาทิ การโอนเงินต่อหลายทอด การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซีผ่านระบบ P2P การพาเจ้าของบัญชีม้าข้ามแดนไปสแกนใบหน้า การใช้บัญชีม้านิติบุคคลจากบริษัทปลอม รวมถึงการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การลงทุนปลอมผ่านโบรกเกอร์หุ้น หรือการซื้อทองคำออนไลน์
ปัจจุบันในประเทศไทย พบการถอนเงินสดผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้ ATM เป็นจำนวนมาก ขณะที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ พบการโอนเงินออกไปยังบัญชีต่างประเทศผ่านระบบ Swift หรือการถอนเงินสดในต่างประเทศทันที
แยกงานเป็นเครือข่าย ทำสืบสวนยาก
การแยกการทำงานของทั้งสองกลุ่มอย่างชัดเจน ส่งผลให้การสืบสวนสอบสวน การติดตามจับกุม และการขยายผลของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากในหนึ่งคดีอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มฟอกเงินหลายกลุ่ม และหากบุคคลใดขาดหายไป จะมีการจัดหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทนทันที
ทั้งนี้ ACSC ระบุว่า การเปิดโปงแผนประทุษกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันรูปแบบการหลอกลวง และลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของขบวนการสแกมเมอร์ในปัจจุบัน


