แม่ทัพภาค4 ชี้เผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง โยงขบวนการปล้นทอง สั่งเร่งล่าคนร้าย
แม่ทัพภาคที่ 4 เผยเหตุเผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เชื่อมโยงเครือข่ายเดียวคดีปล้นทองสุไหงโกลก เร่งขยายผลดีเอ็นเอ-ปิดทางหนีชายแดน
KEY
POINTS
- แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้ว่าเหตุเผาปั๊มน้ำมัน 11 แห่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเดียวกับที่ปล้นร้านทองใน อ.สุไหงโกลก
- เจ้าหน้าที่กำลังเร่งบูรณาการกำลังเพื่อไล่ล่าผู้ก่อเหตุ หลังพบหลักฐานสำคัญเป็นคราบเลือดและดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ
- ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 ราย และยืนยันความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาค4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยความคืบหน้าเหตุเผาสถานีบริการน้ำมัน 11 แห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บูรณาการกำลังไล่ล่าผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง หลังพบคราบเลือดในปั๊มน้ำมันพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์
แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ ยังไม่ตัดทิ้งทุกประเด็น ทั้งมิติความมั่นคงและการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากอยู่ในช่วงเลือกตั้ง อบต. พร้อมประเมินว่าเหตุเผาปั๊มมีความเชื่อมโยงกับ “เครือข่ายเดียวกัน” กับคดีปล้นร้านทองในอำเภอสุไหงโกลก แต่เป็นคนละกลุ่มย่อยที่ลงมือ
ก่อนหน้านี้ เกิดคดีปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ ในห้างบิ๊กซี อ.สุไหงโกลก เมื่อ 5 ต.ค. 2568 กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืน ปล้นทองมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท ยิงทหารบาดเจ็บ และวางระเบิดถ่วงเวลา พบดีเอ็นเอเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และมีการหลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแดน
หน่วยความมั่นคงขณะนั้นได้เพิ่มมาตรการคุมแนวชายแดนตลอดลำน้ำโก-ลก ยาวกว่า 100 กม. โดยปิดช่องทางธรรมชาติสำคัญ และประสานงานกับตำรวจมาเลเซีย PDRM เพื่อสกัดเส้นทางหลบหนี
ผลตรวจดีเอ็นเอระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 ราย จากกลุ่มราว 10 คน มีภูมิลำเนาใน อ.สุไหงปาดี และพัวพันคดีความมั่นคงหลายคดี ขณะที่การตรวจรถกระบะที่ใช้ก่อเหตุ พบดีเอ็นเอตรงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยืนยันไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐตามกระแสบิดเบือน


