posttoday

โคราชเมือง 3 มรดกโลก! สุวัจน์ เปิดงานวิ่ง AIA ดันเมืองย่าโมสู่สากล

22 พฤศจิกายน 2568

"สุวัจน์" เปิดงาน AIA ONE BILLION DAY 2025 ปล่อยตัวนักวิ่งกว่า 5,000 คนตะลุยเขาใหญ่ ดัน "โคราช" สู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกในฐานะ "ดินแดน 3 มรดกโลก"

 

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05.00 น. ณ โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะประธานที่ปรึกษาการจัดงาน เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยตัวนักวิ่งในกิจกรรม "AIA ONE BILLION DAY 2025"

 

โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงจาก AIA ได้แก่ Stuart A Spencer (Group Chief Marketing Officer) และ คุณนิคฮิล แอดวานี (CEO AIA Thailand) พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชน

 

อาทิ รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มรภ.นครราชสีมา, นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา, ไพวงษ์ และสงกรานต์ เตชะณรงค์ ผู้บริหารโบนันซ่า เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางนักวิ่งที่มาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

 

"สุวัจน์" เปิดงานวิ่ง AIA ดันเมืองย่าโมสู่สากล


โคราช "ดินแดน 3 มรดกโลก" จังหวัดแรกในไทย

 

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า การจัดงาน AIA ONE BILLION DAY 2025 ที่เขาใหญ่ ถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพของ จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโก (UNESCO)

 

ให้เป็น "ดินแดน 3 มรดกโลก" (Triple Heritage City) จังหวัดแรกของไทยและเป็นหนึ่งใน 4 แห่งของโลก โดยประกอบด้วยพื้นที่สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่

 

  1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่: มรดกโลกทางธรรมชาติ (2005)
  2. พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช อ.ปักธงชัย: แหล่งป่าเต็งลังและป่าดิบแล้งที่อุดมสมบูรณ์ (1976)
  3. โคราชจีโอพาร์ค: อุทยานธรณีโลก (2023) แหล่งฟอสซิลสำคัญ ครอบคลุม 5 อำเภอ (เมือง, สีคิ้ว, เฉลิมพระเกียรติ, สูงเนิน, ขามทะเลสอ)

 

"การวิ่งครั้งนี้เปรียบเสมือนการพิชิต 'มงกุฎแรก' ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว Triple Crown จากยูเนสโก เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยในปีต่อไปจะจัดที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช (มงกุฎที่ 2) และปีที่ 3 จะจัดที่โคราชจีโอพาร์ค (มงกุฎที่ 3) ตามลำดับ ขอให้นักวิ่งทุกคนสนุกสนานและภาคภูมิใจกับของดีของประเทศไทย" สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าว

 

"สุวัจน์" เปิดงาน "AIA ONE BILLION DAY" นำนักวิ่ง 5 พันชีวิตตะลุยเขาใหญ่

 

ไฮไลท์เส้นทางวิ่งเทรล และแนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"

 

รูปแบบการแข่งขันในปีนี้ ออกแบบเป็นเส้นทางเทรล (Trail) พิเศษ เพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสธรรมชาติและวิถีชุมชน แบ่งการแข่งขันเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 10 กม. (Light Trail), 25 กม. (Challenge Trail) และ 50 กม. (Endurance Trail)

 

จุดเด่นคือการแข่งขันประเภททีม 4 คน (TEAM OF 4) ภายใต้แนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ที่ต้องเริ่มและเข้าเส้นชัยพร้อมกัน เพื่อสร้างความสามัคคี

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับสมัครประเภทเดี่ยวเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมได้มากขึ้น

 

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยว แต่ยังมุ่งเน้นการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุน

 

จัดซื้อเครื่องเอกซเรย์มอบให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการผ่านสภากาชาดไทย รวมถึงสนับสนุนการสร้าง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อีกด้วย

 

ข่าวล่าสุด

Free Fire กางโรดแมปปี 69 ดันไทยฮับอีสปอร์ต-ครีเอเตอร์โลก