


14+















โคราชเมือง 3 มรดกโลก! สุวัจน์ เปิดงานวิ่ง AIA ดันเมืองย่าโมสู่สากล
"สุวัจน์" เปิดงาน AIA ONE BILLION DAY 2025 ปล่อยตัวนักวิ่งกว่า 5,000 คนตะลุยเขาใหญ่ ดัน "โคราช" สู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกในฐานะ "ดินแดน 3 มรดกโลก"
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05.00 น. ณ โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะประธานที่ปรึกษาการจัดงาน เป็นประธานในพิธีเปิดและปล่อยตัวนักวิ่งในกิจกรรม "AIA ONE BILLION DAY 2025"
โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงจาก AIA ได้แก่ Stuart A Spencer (Group Chief Marketing Officer) และ คุณนิคฮิล แอดวานี (CEO AIA Thailand) พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชน
อาทิ รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มรภ.นครราชสีมา, นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา, ไพวงษ์ และสงกรานต์ เตชะณรงค์ ผู้บริหารโบนันซ่า เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางนักวิ่งที่มาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
โคราช "ดินแดน 3 มรดกโลก" จังหวัดแรกในไทย
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า การจัดงาน AIA ONE BILLION DAY 2025 ที่เขาใหญ่ ถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพของ จ.นครราชสีมา ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโก (UNESCO)
ให้เป็น "ดินแดน 3 มรดกโลก" (Triple Heritage City) จังหวัดแรกของไทยและเป็นหนึ่งใน 4 แห่งของโลก โดยประกอบด้วยพื้นที่สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่
- อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่: มรดกโลกทางธรรมชาติ (2005)
- พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช อ.ปักธงชัย: แหล่งป่าเต็งลังและป่าดิบแล้งที่อุดมสมบูรณ์ (1976)
- โคราชจีโอพาร์ค: อุทยานธรณีโลก (2023) แหล่งฟอสซิลสำคัญ ครอบคลุม 5 อำเภอ (เมือง, สีคิ้ว, เฉลิมพระเกียรติ, สูงเนิน, ขามทะเลสอ)
"การวิ่งครั้งนี้เปรียบเสมือนการพิชิต 'มงกุฎแรก' ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว Triple Crown จากยูเนสโก เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยในปีต่อไปจะจัดที่พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช (มงกุฎที่ 2) และปีที่ 3 จะจัดที่โคราชจีโอพาร์ค (มงกุฎที่ 3) ตามลำดับ ขอให้นักวิ่งทุกคนสนุกสนานและภาคภูมิใจกับของดีของประเทศไทย" สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าว
ไฮไลท์เส้นทางวิ่งเทรล และแนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
รูปแบบการแข่งขันในปีนี้ ออกแบบเป็นเส้นทางเทรล (Trail) พิเศษ เพื่อให้นักวิ่งได้สัมผัสธรรมชาติและวิถีชุมชน แบ่งการแข่งขันเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 10 กม. (Light Trail), 25 กม. (Challenge Trail) และ 50 กม. (Endurance Trail)
จุดเด่นคือการแข่งขันประเภททีม 4 คน (TEAM OF 4) ภายใต้แนวคิด "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ที่ต้องเริ่มและเข้าเส้นชัยพร้อมกัน เพื่อสร้างความสามัคคี
นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับสมัครประเภทเดี่ยวเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมได้มากขึ้น
กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยว แต่ยังมุ่งเน้นการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุน
จัดซื้อเครื่องเอกซเรย์มอบให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการผ่านสภากาชาดไทย รวมถึงสนับสนุนการสร้าง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ อีกด้วย



14+

















