งบ 500 ล้าน เที่ยวไทยคนละครึ่ง สู่ 'ทัวร์ไทยคนละครึ่ง' เริ่ม ก.พ. 69
ครม. จ่อปัดฝุ่นงบ 500 ล้านบาทที่เหลือจากโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" ผลักดันต่อ ทัวร์ไทยคนละครึ่ง" หวังกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศช่วง ก.พ. 69 ดึงต่างชาติ 33.4 ล้านคน
ภายหลังโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเตรียมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนนำงบประมาณคงเหลือกว่า 500 ล้านบาท จากโครงการเดิม มาผลักดันโครงการใหม่ "ทัวร์ไทยคนละครึ่ง" คาดเริ่มใช้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า โครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" ยังมีงบประมาณคงเหลือประมาณ 500 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรวมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ 1,750 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนที่เหลือนี้จะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในโครงการ "ทัวร์ไทยคนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง และเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด
"เงินที่เหลือดังกล่าวจะเร่งผลักดันมาใช้ในโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง ซึ่งจะต้องนำเสนอ ครม. อนุมัติอีกครั้งอย่างเร็วที่สุด คาดว่าจะออกมาใช้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569" นายอรรถกรกล่าว
เร่งมาตรการ Quick Big Win และดึงต่างชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมีนโยบาย Quick Big Win เพื่อกระตุ้นและเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซั่นปลายปี 2568 ผ่านมาตรการต่าง ๆ อาทิ "เที่ยวดีมีคืน" ซึ่งเป็นมาตรการลดต้นทุนและลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการ เช่น สายการบินและโรงแรม
สำหรับตลาดต่างประเทศ รัฐบาลยังคงเดินหน้าทำตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาให้ได้ 70-80% ของจำนวน 40 ล้านคนในปี 2562 โดยเน้นโครงการตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการทำโปรโมชั่นร่วมกับสายการบิน
ททท. คาดรายได้ปี 69 โต 7%
ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ตัวเลขการท่องเที่ยวในปี 2568 ว่าจะสามารถสร้างรายได้รวม 2.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทย 205 ล้านคน-ครั้ง
ส่วนในปี 2569 คาดการณ์ว่ารายได้รวมจากการท่องเที่ยวจะเติบโตถึง 2.8 ล้านล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 7% จากปีนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล (เดินทาง 6 ชั่วโมงขึ้นไป) ที่มีการเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
น.ส.ฐาปนีย์ ระบุว่า นักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและสหรัฐฯ มีส่วนเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดระยะไกลเพิ่มขึ้นเป็น 31% (จากเดิม 20%) ขณะที่ตลาดระยะใกล้มีสัดส่วน 69% (จากเดิม 80%) ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย


